รีเซต

โลกร้อนถูกเตือนเกินจริง? นักวิชาการตั้งคำถาม โลกกำลังแก้ปัญหาผิดทาง!

โลกร้อนถูกเตือนเกินจริง? นักวิชาการตั้งคำถาม  โลกกำลังแก้ปัญหาผิดทาง!
TNN ช่อง16
2 พฤศจิกายน 2569 ( 14:00 )

ท่ามกลางคำเตือนเรื่องวิกฤตโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งคลื่นความร้อน น้ำท่วม ภัยแล้ง และภัยธรรมชาติสุดขั้ว กลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไปจากนักวิชาการชาวเดนมาร์ก ซึ่งมองว่า แม้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นปัญหาจริงที่มนุษย์ต้องเผชิญ แต่ไม่ได้หมายความว่าโลกกำลังเดินทางไปสู่จุดจบในเร็ววัน พร้อมตั้งคำถามว่า การสร้างความหวาดกลัวเกี่ยวกับโลกร้อนมากเกินไป อาจกำลังทำให้รัฐบาลทั่วโลกทุ่มเงินมหาศาลไปกับนโยบายที่มีต้นทุนสูง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

บียอร์น ลอมบอร์ก (Bjørn Lomborg) นักวิชาการชาวเดนมาร์ก ประธาน Copenhagen Consensus Center และผู้เขียนหนังสือ False Alarm เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาตั้งคำถามต่อแนวทางการรับมือวิกฤตโลกร้อนของรัฐบาลทั่วโลก โดยเฉพาะการใช้นโยบายที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจสร้างภาระทางเศรษฐกิจมหาศาลแก่ประชาชน 

ลอมบอร์กยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นจริง และเป็นปัญหาที่มนุษย์จำเป็นต้องแก้ไข แต่เขาไม่เห็นด้วยกับการนำเสนอว่าโลกร้อนเป็นภัยคุกคามที่จะนำไปสู่การสูญสิ้นของมนุษยชาติ เพราะมองว่าการใช้ถ้อยคำที่สร้างความตื่นตระหนกอาจทำให้ประชาชนเข้าใจขนาดของความเสี่ยงคลาดเคลื่อน และส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาล

เขาให้เหตุผลว่า โลกยังคงมีความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และระบบสาธารณสุข ซึ่งช่วยให้มนุษย์สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ แม้จะต้องเผชิญผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นก็ตาม

หนึ่งในข้อเสนอที่ลอมบอร์กกล่าวถึงบ่อยครั้ง คือการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากโลกร้อน โดยเขาอ้างการประเมินบางแบบจำลองว่า หากโลกยังคงเผชิญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อไป ความเสียหายทางเศรษฐกิจในช่วงปลายศตวรรษนี้อาจคิดเป็นประมาณ 2–3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ไม่มีผลกระทบจากโลกร้อน เขาจึงมองว่า แม้ความเสียหายดังกล่าวจะเป็นปัญหาสำคัญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจโลกจะล่มสลายหรือมนุษยชาติจะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินภายใต้สมมติฐานเฉพาะ และยังมีข้อถกเถียงในวงวิชาการ เนื่องจากแบบจำลองทางเศรษฐกิจบางประเภทอาจประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรง การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ และความเสี่ยงที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ไม่ครบถ้วน ลอมบอร์กยังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายด้านภูมิอากาศที่มีต้นทุนสูง โดยเฉพาะความพยายามบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในระยะเวลาที่รวดเร็วเกินไป

เขาเชื่อว่า การเร่งเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานโดยไม่พิจารณาต้นทุนทางเศรษฐกิจ อาจทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น เพิ่มภาระค่าครองชีพ และลดโอกาสในการพัฒนาของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานมากกว่ากลุ่มอื่น

ในมุมมองของเขา รัฐบาลจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง แต่ต้องประเมินด้วยว่านโยบายแต่ละอย่างใช้เงินเท่าใด และสามารถลดความเสียหายจากโลกร้อนได้คุ้มค่ามากน้อยเพียงใด

แทนที่จะทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลไปกับการบังคับเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างรวดเร็ว ลอมบอร์กเสนอให้เพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อให้พลังงานทางเลือกมีราคาถูกลงและสามารถแข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิลได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ เขายังให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อผลกระทบจากภูมิอากาศ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วม การบริหารจัดการน้ำ การเตรียมพร้อมรับมือคลื่นความร้อน และการพัฒนาระบบเตือนภัย ซึ่งอาจช่วยลดความเสียหายและปกป้องชีวิตประชาชนได้โดยตรง 

อีกประเด็นที่ลอมบอร์กให้ความสำคัญ คือการจัดลำดับปัญหาที่โลกกำลังเผชิญ เพราะนอกจากวิกฤตภูมิอากาศแล้ว ประชาคมโลกยังต้องรับมือกับความยากจน ความอดอยาก โรคระบาด และการขาดแคลนบริการสาธารณสุข เขามองว่าการทุ่มทรัพยากรไปกับเป้าหมายด้านภูมิอากาศเพียงด้านเดียว อาจทำให้รัฐบาลเหลืองบประมาณสำหรับแก้ปัญหาอื่นที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในปัจจุบันน้อยลง อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวไม่ได้สะท้อนข้อสรุปทั้งหมดของวงการวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ โดยรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC ยืนยันว่า ทุกระดับของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นล้วนทำให้ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น ทั้งต่อสุขภาพมนุษย์ ความมั่นคงทางอาหาร ทรัพยากรน้ำ และระบบนิเวศ

นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากยังเน้นย้ำว่า การลดก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วควบคู่กับการปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการปรับตัวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันความเสียหายทั้งหมดได้ โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างถาวร เช่น การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล

ข้อถกเถียงสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าโลกร้อนมีจริงหรือไม่ แต่อยู่ที่โลกควรจัดสรรทรัพยากรและเลือกใช้นโยบายรูปแบบใด เพื่อให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปกป้องประชาชน และรักษาการพัฒนาทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันได้

ท้ายที่สุด แนวคิดของบียอร์น ลอมบอร์ก สะท้อนมุมมองว่า วิกฤตโลกร้อนเป็นปัญหาที่มนุษย์ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง แต่ไม่ควรปล่อยให้ความหวาดกลัวเป็นตัวกำหนดนโยบายทั้งหมด เพราะการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องพิจารณาทั้งประสิทธิภาพ ต้นทุน และผลกระทบต่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวยังเป็นที่ถกเถียง โดยเฉพาะการประเมินความเสียหายในอนาคตและระดับความเร่งด่วนของการลดก๊าซเรือนกระจก สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกระหว่างความตื่นตระหนกกับการเพิกเฉยต่อปัญหา แต่เป็นการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ประกอบกัน เพื่อกำหนดมาตรการที่ลดความเสี่ยงได้จริงและเป็นธรรมต่อคนทุกกลุ่ม

เพราะแม้โลกร้อนอาจไม่ใช่วันสิ้นโลกของมนุษยชาติ แต่สำหรับผู้คนที่กำลังสูญเสียบ้านเรือน อาชีพ และชีวิตจากภัยพิบัติ ผลกระทบของวิกฤตภูมิอากาศก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงแล้วในวันนี้


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง