5 ประเด็น "เศรษฐกิจ" บนบัลลังก์ "State Of The Union" "ทรัมป์" ปลุกยุคทองสหรัฐฯ สะเทือนโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภา หรือ "State Of The Union" โดยการแดลงต่อสภาร่วมในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โดนัลด์ ททรัมป์เข้ารับตำแน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568
ซึ่งการแถลงในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน และความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ที่มีต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้การแถลงในครั้งนี้มีความหมายถึงการสร้างความเชื่อมั่น และเรียกเสียงสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน 2569
ทั้งนี้ประเด็นเศรษฐกิจที่สำคัญจากสุนทรพจน์ในครั้งนี้ ไม่ได้มีผลเพียงแค่การสื่อสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับคนอเมริกันเท่านั้น แต่ยังเป็นประเด็นที่มีผลกระทบต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจโลก สำหรับ 5 ประเด็นเศรษฐกิจที่ทั่วโลกต้องจับตา ประกอบไปด้วย
1.การนำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจในเชิงบวก โดยโดนัลด์ ทรัมป์ใช้สุนทรพจน์นี้เพื่อฉายภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ว่ากำลังแข็งแกร่ง และกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยเน้นย้ำถึง การเติบโตของภาคแรงงาน และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ชัดเจน พร้อมทั้งกล่าวว่าสหรัฐฯกำลัง "ได้รับชัยชนะมากมาย"
ขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยจำนอง และราคาน้ำมันกำลังลดลง ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และการผลิตน้ำมัน รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกำลังมีทิศทางที่ดีมาก ซึ่งการลงทุนดังกล่าวมาพร้อมกับงานก่อสร้าง และการจ้างงานภาคอุตสาหกรรม แต่เขากลับไม่ได้กล่าวถึงความเจ็บปวดที่ชาวอเมริกันยังคงรู้สึกจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น ดังเช่นที่เขาเคยกล่าวไว้ในคำปราศรัยส่วนใหญ่ของเขาในเรื่องนี้เมื่อเร็วๆ นี้
ซึ่งจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเริ่มที่จะนิ่ง ถึงแม้ว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีที่แล้ว ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบยังคงกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และส่วนใหญ่ถึง 56%ไม่พอใจกับการจัดการปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 13% นับตั้งแต่พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของโดนัลด์ ทรัมป์ในเดือนมกราคม 2568 แต่กลับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในปี 2569 ทำให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมีผลการดำเนินงานที่ตามหลังตลาดหุ้นอื่นทั่วโลก และค่าเงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดในปี 2565
2.นโยบายการค้า และภาษีศุลกากรที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก แน่นอนว่าโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศหนักแน่นถึงมาตรการภาษีศุลกากรว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ศาลฎีกาได้เพิกถอนมาตรการภาษีภายใต้อำนาจฉุกเฉินไปแล้ว แต่ยังยืนยันว่าจะใช้มาตรการด้านภาษีอื่น ๆ และมาตรการใหม่ๆ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐฯต่อไป
โดยล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯกำลังเดินหน้าใช้ภาษีศุลกากรกับทุกประเทศทั่วโลกที่ 10-15% ผ่านอำนาจทางกฎหมายทางเลือก เพื่อรักษาระดับภาษีนำเข้าที่สูงไว้ โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ แต่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าภาษีศุลกากรมักนำไปสู่ต้นทุนที่สูงขึ้นสำหรับผู้บริโภค และภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ 64% ของชาวอเมริกันไม่เห็นด้วยกับการจัดการภาษีศุลกากรของโดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะที่มีเพียง 34% เท่านั้นที่เห็นด้วย
3.ความสามารถในการใช้จ่าย และค่าครองชีพ โดนัลด์ ทรัมป์ นำเสนอข้อนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม เพื่อพยายามเปลี่ยนมุมมองที่คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าความสามารถในการจ่ายยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับที่อยู่อาศัย อาหาร ประกันภัย
โดยโดนัลด์ ทรัมป์อ้างว่าอัตราเงินเฟ้อลดลงภายใต้การนำของรัฐบาล และนโยบายการลดภาษี และมาตรการจูงใจต่างๆ เป็นความสำเร็จที่ช่วยให้ชาวอเมริกันเก็บเงินได้มากขึ้น ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของนักวิจารณ์ที่ตั้งข้อสังเกตว่าราคาสินค้าจำเป็นยังคงสูงอยู่ และชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงรายงานว่ายังคงประสบปัญหาทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
4.การเปลี่ยนแปลงด้านภาษี และการใช้จ่าย โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวถึงนโยบาย และมาตรการล่าสุดในสุนทรพจน์ในการพลิกสถานการณ์ของประเทศ ด้วยการลดภาษีครั้งสำคัญอย่างต่อเนื่อง และการหักลดหย่อนภาษีใหม่ เช่น ภาษีสำหรับเงินทิป และบัญชีออมทรัพย์สำหรับเด็กแรกเกิด หรือ "บัญชีทรัมป์"
ซึ่งการลดภาษีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการทางกฎหมายครั้งใหญ่ ซึ่งนักวิเคราะห์กลับมีมุมมองว่ารายได้ของรัฐบาลกลางจะลดลงอย่างมากในอีกสิบปีข้างหน้า และทำให้สหรัฐฯขาดดุลเพิ่มขึ้น
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง ที่ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าเป็นการกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจ ในขณะที่ผู้คัดค้านส่วนใหญ่มองว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้มีรายได้สูงมากกว่า
5.การแก้ไขปัญหาความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าได้เอาชนะภาวะเงินเฟ้อแล้ว พร้อมทั้งเสนอมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายสูงในการเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งกลางเทอมของสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายน
นอกจากนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ยังกล่าวว่าแผนการของรัฐบาลในการเปิดตัว "บัญชีทรัมป์" ซึ่งเป็นบัญชีลงทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับเด็กทารก จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งเน้นเรื่องความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย
โดนัลด์ ทรัมป์ได้่สางข้อความทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในความสำเร็จทางเศรษฐกิจ และจุดยืนด้านภาษี และการค้าของสหรัฐฯยังคงเป็นประเด็นร้อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ทั่วโลกต้องจับตา เพราะจะตามมาด้วยผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ในระดับโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
