คาดการณ์เฮอริเคนแอตแลนติก “เอลนีโญ” อาจทำพายุก่อตัวน้อย แต่ยังเสี่ยงทวีกำลังเร็ว

หน่วยงานด้านสภาพอากาศสหรัฐฯคาดการณ์ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกปี พ.ศ. 2569 จะมีพายุที่ได้รับการตั้งชื่อราว 11-16 ลูก ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่พายุจะขึ้นฝั่งและสร้างผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกา 3-5 ครั้ง พร้อมเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมืออย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดการก่อตัวของพายุ โดยลมเฉือนในระดับบนจะรุนแรงขึ้น ทำให้พายุพัฒนาได้ยาก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสเกิด “ซูเปอร์เอลนีโญ” ราว 15% ซึ่งอาจยิ่งลดจำนวนพายุในช่วงปลายฤดู
แม้จำนวนพายุโดยรวมจะไม่สูง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้พายุจะก่อตัวได้น้อยแต่อาจยังสร้างความเสียหายรุนแรงได้ ดังเช่นปี พ.ศ. 2535 ที่มีพายุเพียง 7 ลูก แต่เฮอริเคนแอนดรูว์ก็ยังสร้างความเสียหายครั้งประวัติศาสตร์
สำหรับปีนี้ คาดว่าจะมีเฮอริเคน 4-7 ลูก และเฮอริเคนขนาดใหญ่ระดับ 3 ขึ้นไปอีก 2-4 ลูก ขณะที่ค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ 14 พายุ เฮอริเคน 7 ลูก และเฮอริเคนขนาดใหญ่ 3 ลูก
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่น่ากังวลคือการทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วของพายุ เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลแอตแลนติกยังคงอุ่นในระดับสูงและลึกลงไปใต้ผิวน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของพายุ โดยพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุดในปีนี้ ได้แก่ ชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงรัฐแคโรไลนา ขณะที่ชายฝั่งเท็กซัสมีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ออกไปได้
ทั้งนี้ ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกจะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาจมีพายุเกิดขึ้นก่อนหรือในช่วงต้นฤดูกาลได้ เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นเอื้อให้เกิดการก่อตัวของพายุใกล้ชายฝั่ง ซึ่งอาจทำให้มีเวลารับมือจำกัด
นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น เช่น ตำแหน่งของความกดอากาศสูงเบอร์มิวดา ฝุ่นจากทะเลทรายซาฮารา และคลื่นลมเขตร้อนจากแอฟริกา อาจมีผลต่อทิศทางและความรุนแรงของพายุในปีนี้ด้วย
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า แม้จำนวนพายุจะใกล้เคียงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่เพียงพายุลูกเดียวก็อาจสร้างความเสียหายรุนแรงได้ จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างไม่ประมาท