รีเซต

“ข้าวกัมพูชา” บุกตลาดโลก ส่งออกพุ่ง หลังข้าวหอมคว้ารางวัลโลก ดันเป้าส่งออกล้านตัน

“ข้าวกัมพูชา” บุกตลาดโลก ส่งออกพุ่ง หลังข้าวหอมคว้ารางวัลโลก ดันเป้าส่งออกล้านตัน
TNN ช่อง16
16 ตุลาคม 2569 ( 14:50 )
12

อุตสาหกรรมข้าวกัมพูชากำลังขยายบทบาทในตลาดโลกอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการผลิตและการส่งออก โดยมีข้าวหอมเป็นสินค้าสำคัญในการเจาะตลาดต่างประเทศ ขณะที่ผลผลิตข้าวภายในประเทศเพิ่มขึ้นเหนือค่าเฉลี่ย และรัฐบาลเดินหน้าสนับสนุนเงินทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมข้าวตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการแปรรูป

ข้อมูลจากสหพันธ์ข้าวกัมพูชาระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2026 กัมพูชาส่งออกข้าวสารได้ 792,212 ตัน เพิ่มขึ้น 67.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้ประมาณ 464 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 33% โดยข้าวหอมมีสัดส่วนเกือบ 58% ของปริมาณส่งออกทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ข้าวหอมผกาลำดวน (Phka Romdoul) ของกัมพูชายังได้รับรางวัลข้าวดีที่สุดในโลกประจำปี 2025 ร่วมกับข้าว ST25 ของเวียดนาม ช่วยสร้างโอกาสในการสื่อสารคุณภาพสินค้าและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณส่งออกข้าวสารจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่รายได้กลับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า สะท้อนความท้าทายสำคัญของกัมพูชาในการเพิ่มมูลค่าข้าวส่งออก และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ข้าวหอมผกาลำดวนกัมพูชา คว้ารางวัลข้าวดีที่สุดในโลกปี 2025

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานโดยอ้างข้อมูลจากสำนักข่าว Khmer Times ว่า ข้าวหอมผกาลำดวน (Phka Romdoul) ของกัมพูชาได้รับรางวัล World's Best Rice 2025 หรือข้าวที่ดีที่สุดในโลก ร่วมกับข้าว ST25 ของเวียดนาม

รางวัลดังกล่าวประกาศในการประชุมข้าวโลกที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และนับเป็นครั้งที่ 7 ที่ข้าวกัมพูชาได้รับรางวัลนี้

ความสำเร็จดังกล่าวมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมข้าวกัมพูชา เพราะรางวัลระดับนานาชาติสามารถนำมาใช้เป็นจุดขายด้านคุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำเข้าและผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะข้าวหอมซึ่งเป็นสินค้าหลักของกัมพูชา การได้รับรางวัลช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์ของข้าวกัมพูชาในตลาดโลก และเพิ่มโอกาสให้ผู้ส่งออกนำเสนอสินค้าแก่คู่ค้ารายใหม่

อย่างไรก็ตาม การสร้างมูลค่าจากรางวัลดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาคุณภาพข้าวให้สม่ำเสมอ รวมถึงการบริหารต้นทุนและการส่งมอบสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด


ส่งออกข้าวกัมพูชา 8 เดือนแรกปี 2026 พุ่ง 67.5% แตะ 7.92 แสนตัน

ข้อมูลจากสหพันธ์ข้าวกัมพูชา (Cambodia Rice Federation) ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2026 กัมพูชาส่งออกข้าวสารได้ 792,212 ตัน เพิ่มขึ้น 67.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

การส่งออกดังกล่าวสร้างรายได้ประมาณ 464 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 33% สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจข้าวกัมพูชาในตลาดต่างประเทศ

เมื่อพิจารณาโครงสร้างการส่งออก พบว่าข้าวหอมมีสัดส่วนเกือบ 58% ของปริมาณส่งออกข้าวสารทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าข้าวหอมเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมข้าวกัมพูชา

การส่งออกข้าวสารดำเนินการผ่านบริษัทผู้ส่งออกจำนวน 61 แห่ง โดยมีตลาดสำคัญทั้งสหภาพยุโรป จีน และประเทศในอาเซียน

ประธานสหพันธ์ข้าวกัมพูชาอธิบายว่า การเติบโตของการส่งออกได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณผลผลิตที่เพียงพอ ความต้องการจากต่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างเกษตรกร ผู้ส่งออก และภาครัฐ

ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้กัมพูชาสามารถขยายปริมาณการส่งออกได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มบทบาทในตลาดข้าวระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้น 67.5% กับรายได้ที่เพิ่มขึ้น 33% จะเห็นว่ามูลค่าการส่งออกไม่ได้ขยายตัวตามปริมาณในอัตราเดียวกัน

ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนว่า มูลค่าส่งออกเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับราคาขายและสัดส่วนชนิดข้าวที่ส่งออก

จึงเป็นโจทย์สำคัญว่ากัมพูชาจะสามารถเพิ่มมูลค่าข้าวส่งออกได้มากน้อยเพียงใด ไม่ใช่เพียงเพิ่มปริมาณการขายให้สูงขึ้นเท่านั้น

กัมพูชาตั้งเป้าส่งออกข้าวสาร 1 ล้านตันต่อปี เร่งขยายตลาดต่างประเทศ

รัฐบาลกัมพูชาตั้งเป้าหมายเพิ่มปริมาณการส่งออกข้าวสารให้ได้ 1 ล้านตันต่อปี โดยอาศัยการขยายฐานการผลิตและการพัฒนาความสามารถในการส่งออก

จากข้อมูลช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 ที่ส่งออกได้ 792,212 ตัน สะท้อนว่ากัมพูชามีปริมาณส่งออกเข้าใกล้เป้าหมายดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายทั้งปีจะขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตที่สามารถรวบรวมและแปรรูปเป็นข้าวสารได้ รวมถึงคำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศในช่วงที่เหลือของปี

การขยายตลาดของกัมพูชาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่กระจายไปยังสหภาพยุโรป จีน และอาเซียน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ซื้อหลายกลุ่ม

สำหรับอุตสาหกรรมข้าว การมีตลาดส่งออกที่หลากหลายช่วยลดการพึ่งพาผู้ซื้อรายใดรายหนึ่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารคำสั่งซื้อ

อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดยังต้องอาศัยความสามารถในการรักษามาตรฐานสินค้า คุณภาพข้าว และความต่อเนื่องของการส่งมอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าระยะยาว

กัมพูชาส่งออกข้าวเปลือกไปเวียดนาม 3.35 ล้านตัน สร้างรายได้ 753 ล้านดอลลาร์

นอกจากการส่งออกข้าวสารแล้ว กัมพูชายังมีการส่งออกข้าวเปลือกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในปริมาณมาก

ข้อมูลสหพันธ์ข้าวกัมพูชาระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2026 กัมพูชาส่งออกข้าวเปลือกไปเวียดนามประมาณ 3.35 ล้านตัน สร้างรายได้ราว 753 ล้านดอลลาร์

ตัวเลขดังกล่าวเป็นการส่งออกข้าวเปลือก ซึ่งแยกจากยอดส่งออกข้าวสาร 792,212 ตัน และไม่ควรนำมารวมกันโดยไม่แยกประเภทสินค้า

ปริมาณข้าวเปลือกที่ส่งออกไปเวียดนามสะท้อนว่า กัมพูชามีฐานการผลิตข้าวจำนวนมาก แต่ข้าวส่วนหนึ่งยังถูกส่งออกในรูปวัตถุดิบก่อนผ่านกระบวนการสีและแปรรูป

ในเชิงธุรกิจ การส่งออกข้าวเปลือกสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ค้าข้าว แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปภายในประเทศ

หากกัมพูชาสามารถเพิ่มความสามารถในการรวบรวม อบแห้ง สีข้าว และจัดเก็บผลผลิตได้มากขึ้น ก็อาจมีโอกาสนำข้าวเปลือกบางส่วนมาแปรรูปเป็นข้าวสารเพื่อส่งออกโดยตรง

การเพิ่มสัดส่วนการแปรรูปภายในประเทศอาจช่วยสร้างรายได้ให้กับโรงสี ธุรกิจขนส่ง และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานข้าว รวมถึงเพิ่มช่องทางรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวต้องอาศัยเงินลงทุนและความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน คุณภาพ และการตลาดควบคู่กัน


อุตสาหกรรมข้าวกัมพูชาต้องการเงินทุน 600 ล้านดอลลาร์ หนุนโรงสี–ส่งออก

การขยายตัวของอุตสาหกรรมข้าวกัมพูชายังต้องอาศัยเงินทุนจำนวนมาก เพื่อรองรับการรวบรวมผลผลิต การแปรรูป และการดำเนินธุรกิจส่งออก

รายงานระบุว่า อุตสาหกรรมข้าวกัมพูชามีความต้องการเงินทุนประมาณ 600 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาการเกษตรและชนบทของกัมพูชาให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนเงินทุนประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยรองรับการดำเนินงานของอุตสาหกรรม

เงินทุนดังกล่าวมีความสำคัญต่อธุรกิจข้าว เนื่องจากผู้ประกอบการต้องใช้เงินหมุนเวียนในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการจัดเก็บ การสีข้าว และการขนส่ง

หากมีเงินทุนเพียงพอ ผู้ประกอบการก็อาจสามารถรับซื้อผลผลิตได้มากขึ้น และบริหารสต็อกข้าวให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ

ในทางกลับกัน หากเงินทุนมีข้อจำกัด แม้กัมพูชาจะมีผลผลิตข้าวจำนวนมาก ก็อาจไม่สามารถรวบรวมและแปรรูปเพื่อส่งออกได้เต็มศักยภาพ

การเข้าถึงแหล่งเงินทุนจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่า กัมพูชาจะสามารถเพิ่มการส่งออกข้าวสารและสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้มากน้อยเพียงใด

FAO เผยผลผลิตข้าวกัมพูชา 14.6 ล้านตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีถึง 17%

เบื้องหลังการเติบโตของการส่งออกข้าวกัมพูชา ส่วนหนึ่งมาจากปริมาณผลผลิตภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) ประเมินว่า ผลผลิตข้าวกัมพูชาในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 14.6 ล้านตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีประมาณ 17%

ผลผลิตดังกล่าวสะท้อนการขยายตัวของฐานการผลิตข้าว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งออกและการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป

FAO ระบุว่า ข้าวฤดูฝนเป็นผลผลิตหลักของกัมพูชา คิดเป็นประมาณ 70% ของผลผลิตข้าวทั้งปี

การเพาะปลูกได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของภาครัฐ ทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เงินช่วยเหลือ และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร

ขณะเดียวกัน สภาพอากาศยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลผลิต โดยปริมาณฝนในช่วงเดือนพฤษภาคม–พฤศจิกายน 2025 โดยรวมอยู่ในระดับเพียงพอสำหรับแหล่งปลูกข้าวสำคัญทางตอนใต้และตอนกลางของประเทศ

ปริมาณฝนดังกล่าวช่วยสนับสนุนผลผลิตต่อพื้นที่ให้อยู่เหนือระดับค่าเฉลี่ย

เมื่อมีผลผลิตเพิ่มขึ้น กัมพูชาจึงมีวัตถุดิบสำหรับการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของผลผลิตในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการน้ำ การลงทุนด้านการเกษตร และการรักษาประสิทธิภาพการผลิตให้ต่อเนื่อง

ข้าวกัมพูชาโตแรง แต่รายได้ส่งออกเพิ่มช้ากว่าปริมาณ โจทย์ใหญ่คือเพิ่มมูลค่า

แม้กัมพูชาจะมีผลผลิตข้าวสูงและการส่งออกขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมยังอยู่ที่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากฐานการผลิตที่มีอยู่

ข้อมูลช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นว่า ปริมาณส่งออกข้าวสารเพิ่มขึ้น 67.5% ขณะที่รายได้ส่งออกเพิ่มขึ้นเพียง 33%

ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนว่า การเพิ่มปริมาณส่งออกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการยกระดับรายได้ของอุตสาหกรรม หากมูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วยยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน

ขณะเดียวกัน การส่งออกข้าวเปลือกไปเวียดนามถึง 3.35 ล้านตัน ยังแสดงให้เห็นว่ากัมพูชามีโอกาสเพิ่มสัดส่วนการแปรรูปภายในประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าจากผลผลิตให้มากขึ้น

หากสามารถพัฒนาระบบรวบรวมผลผลิต โรงอบแห้ง โรงสี และการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็อาจช่วยลดข้อจำกัดในการนำข้าวเข้าสู่กระบวนการแปรรูป และเพิ่มความพร้อมสำหรับการส่งออกข้าวสารโดยตรง

นอกจากนี้ การรักษาคุณภาพข้าวหอมและการใช้รางวัลระดับนานาชาติเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่น ยังอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า

สำหรับเกษตรกร การขยายตัวของอุตสาหกรรมแปรรูปอาจเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลผลิต ขณะที่โรงสีและผู้ส่งออกมีโอกาสขยายธุรกิจตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มมูลค่าจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาต้นทุนให้แข่งขันได้ และการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อ

การเติบโตของอุตสาหกรรมข้าวกัมพูชาในระยะต่อไป จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะผลิตและส่งออกข้าวได้มากเพียงใดเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถสร้างรายได้จากผลผลิตแต่ละตันได้มากขึ้นแค่ไหน

หากกัมพูชาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูป รักษาคุณภาพข้าวหอม และขยายตลาดส่งออกได้ต่อเนื่อง ก็อาจเพิ่มบทบาทในตลาดข้าวโลกได้มากขึ้น

แต่ความสำเร็จระยะยาวจะต้องวัดทั้งปริมาณข้าวที่จำหน่ายได้ รายได้ส่งออก และมูลค่าที่อุตสาหกรรมสามารถรักษาไว้ภายในประเทศ เพราะการส่งออกที่เติบโตอย่างยั่งยืนต้องสร้างประโยชน์ได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงผู้ประกอบการแปรรูปและผู้ส่งออก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง