มท.1 ชี้ อปท. มีอำนาจซื้อวัคซีนแจกปชช. โยน กกต.เคาะ 'ใช้วัคซีนหาเสียง ลต.ท้องถิ่น' ได้หรือไม่

มท.1 ชี้ อปท. มีอำนาจซื้อวัคซีนแจกปชช. โยน กกต.เคาะ 'ใช้วัคซีนหาเสียง ลต.ท้องถิ่น' ได้หรือไม่
มติชน
14 มกราคม 2564 ( 13:08 )
41
มท.1 ชี้ อปท. มีอำนาจซื้อวัคซีนแจกปชช. โยน กกต.เคาะ 'ใช้วัคซีนหาเสียง ลต.ท้องถิ่น' ได้หรือไม่

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 14 มกราคม ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณจัดซื้อวัคซีนไวรัสโควิด-19 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท. ว่า อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะไปจัดซื้อวัคซีนให้กับประชาชนสามารถทำได้ เพื่อดูแลประชาชน แต่การดำเนินการจัดซื้อวัคซีนต้องผ่านการรับรอง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งนี้จะต้องมีการบูรณาการกับรัฐบาล เพราะส่วนหนึ่งรัฐบาลได้มีการจัดซื้อให้กับประชาชน ฉะนั้นต้องทราบแผนของรัฐบาลก่อนว่าจะให้กลุ่มเสี่ยงใดบ้าง ซึ่งจะมีการกระจายไปในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด เช่น ให้หมอ อสม. ซึ่งหากมีความสอดคล้องทั้งหมดก็อาจจะไม่ต้องรบกวนท้องถิ่น แต่ถ้ายังมาช้าหรือยังมาไม่ทั่วถึง จะต้องมาหารือกันว่าท้องถิ่นจะแบ่งเบาก็สามารถทำได้

 

“ทั้งนี้เมื่อมีอำนาจหน้าที่ทำได้ ในส่วนงบประมาณต่างๆ ที่จะต้องนำไปจัดซื้อนั้น ต้องนำไปพิจารณาในสภาฯ ของเขา ว่าจะใช้งบประมาณที่มีอย่างไร จะดูแลอย่างไร ทั้งนี้หากงบประมาณมีน้อย อาจจะต้องดูแลผู้อ่อนด้อยก่อน หากกลุ่มใดรัฐบาลดูแลได้ท้องถิ่นก็ไม่ต้องไปดูแล ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ใช่ว่าใครจะทำก็สามารถทำได้” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

 

เมื่อถามว่า ในช่วงของการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับเทศบาล มีบางพื้นที่นำการจัดซื้อวัคซีนไปเป็นนโยบายหาเสียงจะทำได้หรือไม่นั้น พล.อ. อนุพงษ์ กล่าวว่า การจะหาเสียงได้หรือไม่นั้นเป็นอำนาจการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) เป็นผู้พิจารณา แต่หากเป็นการทำหน้าที่ของตนเองไม่ได้มีผลต่อการเลือกตั้งก็สามารถทำได้ แต่อยากให้มองในแง่ดีว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่ดูแลประชาชนและบริหารสาธารณะ เมื่อทำตามอำนาจหน้าที่ก็ย่อมถือว่ามีเจตนาดี ทั้งนี้ดูที่เจตนาอีกที

 

เมื่อถามว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มีความรุนแรงในหลายพื้นที่ จะมีการพิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับเทศบาลที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือไม่ พล.อ. อนุพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวาน (13 มกราคม) ครม. ได้มีการพิจารณาว่าการจะมีการเลือกตั้งจะมีผลเนื่องจากสถานการณ์โควิดหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนการเลือกตั้งกกต. มีขั้นตอนหลักการต่างๆ พอสมควร ดังนั้นในกระบวนการเลือกตั้งไม่น่าจะมีผลในการเกิดการแพร่ระบาดได้ ส่วนมาตรการการหาเสียงกกต. ก็สรุปว่าจะมีมาตรการกำหนดให้การหาเสียงไม่มีการแพร่ระบาด ดังนั้นที่ประชุมครม. จึงสรุปว่าการเลือกตั้งไม่น่าจะได้รับผลกระทบ จึงสามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้ โดยจะให้เลือกตั้งในระดับเทศบาลก่อน ทั้งนี้หากจะมีเหตุการณ์ผันแปรจากโควิด กกต. มีอำนาจในการสั่งเลื่อนได้

 

พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงการลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติในวันที่ 15 มกราคมนี้ ว่า เป็นมาตรการนำแรงงานกลุ่มที่ผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบ เพื่อตรวจคัดกรองโรคและยับยั้งการแพร่ระบาด ส่วนปัญหาเรื่องการทะลักของกลุ่มแรงงานเข้ามาอีกระลอกเป็นอีกเรื่องที่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นตามแนวชายแดน ทั้งแรงงานหรือกลุ่มเล่นการพนัน ที่ต้องผ่านกระบวนการสาธารณสุขสืบสวนโรค

//////

ข่าวที่เกี่ยวข้อง