รีเซต

ทล. ชี้ 18 ล้อ ตกสะพานมอเตอร์เวย์ ฝืนข้อห้ามใช้สะพานและยังขับเร็วเกินกำหนด

ทล. ชี้ 18 ล้อ ตกสะพานมอเตอร์เวย์ ฝืนข้อห้ามใช้สะพานและยังขับเร็วเกินกำหนด
77ข่าวเด็ด
25 เมษายน 2563 ( 17:17 )
114
ทล. ชี้ 18 ล้อ ตกสะพานมอเตอร์เวย์ ฝืนข้อห้ามใช้สะพานและยังขับเร็วเกินกำหนด

กรุงเทพฯ – กรมทางหลวง สรุป ขับเร็วเกินกฎหมายกำหนด และฝ่าฝืนข้อบังคับห้ามรถบรรทุกมากกว่า 6 ล้อ ใช้สะพานต่างระดับทับช้างใหม่ พอเข้าโค้ง รถเกิดเสียการทรงตัว เป็นเหตุให้รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ตกสะพานมอเตอร์เวย์

วันที่ 25 เมษายน 2563 กรณีอุบัติเหตุ รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ คว่ำตกสะพานถนนมอเตอร์เวย์ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง ชี้แจงว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 06.14 น. รถบรรทุกหัวลาก ทะเบียน 78-2033 กทม. และกึ่งพ่วงหมายเลขทะเบียน 78-0636 กทม. บรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ ขนส่งสินค้าข้าวบาร์เลย์ เดินทางจากคลังสินค้าร่มเกล้า มุ่งหน้าไปต่างระดับบางปะอิน จุดหมายอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

เมื่อมาถึงสะพานต่างระดับทับช้างใหม่ ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนป้ายบังคับ ขับรถขึ้นสะพานดังกล่าว และใช้ความเร็วเกินกำหนด พอเข้าทางโค้ง รถเกิดเสียการทรงตัว ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตกลงจากสะพาน ลงมาบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ตอน ถนนศรีนครินทร์-บางปะกง บริเวณ กม.6+900 ช่องทางด้านซ้าย (มุ่งหน้าพัทยา) และข้าวบาร์เลย์ตกกระจาย กีดขวาง กีดขวางการจราจร

ในที่เกิดเหตุ ยังพบผู้เสียชีวิต 1 คน คือ นายวิจักร ดอกคำ อายุ 40 ปี กู้ชีพนำสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินของราชการเสียหาย เป็นบาริเออร์และป้ายจราจร

อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า รายงานสรุปจากการสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลหลักฐานในเบื้องต้น พบว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ เกิดขึ้นจากผู้ขับขี่เป็นหลัก เนื่องจากขับรถมาด้วยความเร็วสูง ออกจากสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า ด้วยความเร็วโดยประมาณ 98 กม./ชม. ก่อนขึ้นสะพานจุดเกิดเหตุ และตามข้อมูล GPS พบความเร็วก่อนเกิดเหตุอยู่ที่ 71 กม./ชม. ขณะที่บริเวณดังกล่าว ติดตั้งป้ายและเครื่องหมายบังคับความเร็วอยู่ที่ 60 กม./ชม. ประกอบกับสะพานต่างระดับดังกล่าว อนุญาตให้ใช้เฉพาะรถเล็กเท่านั้น วิเคราะห์แล้วเกิดจากการใช้ความเร็วที่ไม่เหมาะสมกับกายภาพทางหลวง จึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ และการสูญเสีย

มูลเหตุข้อสันนิษฐานดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลจากพนักงานสอบสวน ของกองกำกับการ 8 ตำรวจทางหลวง ที่สอบถามข้อมูลจากหัวหน้างานของผู้ขับขี่รถที่เกิดอุบัติเหตุ ทราบว่าออกจากต้นทางล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ต้องเร่งรีบเดินทางเพื่อให้ทันรถคันอื่น ที่ออกไปก่อนหน้านั้น

นายสราวุธ ทรงศิวิไล กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด ของศูนย์ควบคุมการจราจรกลาง พบว่ารถคันดังกล่าวเสียการทรงตัวขณะเข้าทางโค้งเนื่องจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ น้ำหนักบรรทุกในตู้คอนเทนเนอร์จึงดึงตัวรถตกลงจากสะพาน และจากการลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบรอยเบรคของรถบรรทุกคันดังกล่าว ก่อนพุ่งชนแบริเออร์ราวสะพาน

ทั้งนี้ กรมทางหลวงไม่อนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นใช้สะพาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ที่ผู้ขับขี่รถบรรทุกอาจใช้ความเร็วสูง (โดยรถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถใช้สะพานเดิมได้) ซึ่งกรมได้ติดตั้งป้ายเตือน บริเวณก่อนขึ้นสะพาน พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อความผ่านป้าย VMS รวมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิด สำหรับรถที่ฝ่าฝืนมีการจับ-ปรับ ออกใบสั่งโดยตำรวจ ซึ่งหลังเกิดอุบัติเหตุนี้ กรมทางหลวงจะเพิ่มมาตรการ โดยติดตั้งคานจำกัดความสูงของรถที่ระยะความสูง 3.20 เมตร

พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้รถยนต์ 4 ล้อ ที่จะใช้สะพานต่างระดับทับช้างใหม่แห่งนี้ ให้ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด คือ 60 กม./ชม. และขอให้ผู้ใช้เส้นทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือนและป้ายแนะนำกรมทางหลวง รวมถึงตรวจสภาพรถให้มีความพร้อม และไม่ขับรถขณะร่างกายไม่พร้อมหรือมีอาการง่วงนอน

อย่างไรก็ตาม หากเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทย า และหมายเลข 9 บางพลี-บางปะอิน และต้องการความช่วยสามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วน กรมทางหลวง 1586 กด7 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง