รีเซต

SJWD โลจิสติกส์อัพแกร่ง ลุ้นโค้งท้ายผลงานนิวไฮ

SJWD โลจิสติกส์อัพแกร่ง ลุ้นโค้งท้ายผลงานนิวไฮ
ทันหุ้น
8 พฤศจิกายน 2566 ( 14:52 )
52
SJWD โลจิสติกส์อัพแกร่ง ลุ้นโค้งท้ายผลงานนิวไฮ

#SJWD #ทันหุ้น - SJWD มั่นใจผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2566 เติบโตได้หนุนจากกลุ่มธุรกิจคลังสินค้า, ลานพักสินค้ายานยนต์, และไม่มีบันทึกค่าใช้จ่ายควบรวม ด้านโบรกคาดกำไรไตรมาส 3/2566 โตแกร่งแม้เป็นช่วงโลว์ซีซัน ทั้งยังเร่งแตะNew High ได้ในไตรมาส 4/2566 แนะ “ซื้อ” เป้า 16.70 บาท

 

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2566 จะเติบโตได้ดีกว่างวดไตรมาส 3/2566 (QoQ) ที่ผ่านมา หนุนจาก 1.ไม่มีบันทึกค่าใช้จ่ายการควบรวมกิจการ 2.กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์เริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน จากความต้องการขนส่งสินค้าประเภทอาหาร, สินค้าอุปโภค-บริโภคในประเทศ รวมถึงความต้องการใช้ถ่านหินในช่วงฤดูหนาว และ 3.การปรับลดต้นทุนน้ำมันดีเซล

 

“บริษัทมีลูกค้าทั้ง 1.ประเภท B2B ซึ่งมีสัดส่วนราว 80% ของฐานลูกค้า B2B ซึ่งทำสัญญาแบบ Cost Plus Structure จึงได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันในกรอบจำกัด 2.ลูกค้า B2C และ 3.ผู้ใช้บริการขนส่งเป็นรายครั้ง มีสัดส่วนรวมกันราว 20% ของฐานลูกค้า ซึ่งจะเป็นกลุ่มได้รับปัจจัยหนุนจากการต้นทุนน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงโดยตรง”

 

ขณะที่กลุ่มธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น ซึ่งจะได้อานิสงส์จากการเติมสินค้า (Restock) เพื่อเตรียมไว้จำหน่ายในช่วงเทศกาล อีกทั้งต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวลดลง ด้านการให้บริการคลังสินค้าทั่วไปและคลังสินค้าอันตรายยังคงมีอัตราการเช่าพื้นที่ในระดับที่ดี และมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องในงวดไตรมาส 4/2566 ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว เช่นเดียวกับพื้นที่คลังสินค้าของบริษัท ออริจิ้น เจดับเบิ้ลยูดี อินดัสเทรียล แอสเซท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI แนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีเช่นกัน

 

“คลังสินค้าห้องเย็น และคลังสินค้าที่บริหารโดย JVมีความต้องการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการสต๊อกสินค้าไว้จำหน่ายในช่วงเทศกาล”

 

สำหรับกลุ่มธุรกิจลานจอดพักรถยนต์ (Automotive Yard)ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามปริมาณการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า (EV Car) จากต่างประเทศโดยปัจจุบันมีลูกค้าหลัก อาทิ BYD, Neta, Ford, Mitsubishi และ Nissanเช่นเดียวกับศูนย์บริการส่งออก Export Service Center (ESC) และคลังสินค้าที่บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ณ ปัจจุบันมีอัตรา การเช่า (OCR) ในอัตราสูง

 

รายได้โตแกร่ง

 

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์คาด SJWD จะรายได้รวมงวดไตรมาส 3/2566 ที่ 6,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2%QoQ, และเพิ่มขึ้น  303.2%YoY สูง และคาดกำไรปกติที่ 198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.5% QoQ, และเพิ่มขึ้น 62.3% YOY หนุนจากการฟื้นตัวในกลุ่มธุรกิจคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ที่เติบโตตามปริมาณรถไฟฟ้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ BYD ที่ได้รับการตอบรับดีมาก รวมถึงสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่คาดฟื้นตัวแรง 28% QoQ และทำระดับสูงสุดใหม่จากพื้นที่เช่ามากขึ้น ด้านรายได้กลุ่มขนส่งซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 50% ของรายได้รวม คาดชะลอตัวลงราว 2% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล

 

ทั้งนี้คาดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร หรือ SG&A ที่ 559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% QoQ และเพิ่มขึ้น 150.8%YoY เนื่องจากคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายจากการควบรวมกับ SCGL ราว 70 - 80 ล้านบาท

 

แนะ “ซื้อ”-เป้า 16.70 บาท

 

และคาดว่า SJWD มีโอกาสรายงานกำไรงวดไตรมาส 4/2566 แตะระดับ New High ได้อีกครั้งที่ราว 250 ล้านบาท เนื่องจากการควบรวมกิจการได้เสร็จสิ้นแล้วในช่วงปลายไตรมาส 3/2566 ทำให้เหลือค่าใช้จ่ายพิเศษอีกไม่มากในไตรมาส 4/2566  ขณะที่รายได้ในกลุ่มคลังสินค้ายังคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล เช่นเดียวกับธุรกิจขนส่งของ รCGL ที่ฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาล รวมถึงกำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะทยอยดีขึ้นตามการฟื้นตัวของธุรกิจ และ Synergy ที่เริ่มเห็นชัดขึ้นตามลำดับ ส่วนบริษัทร่วมอย่าง TMS และ ESCO ก็เข้าสู่ช่วง High Season เช่นกัน ส่วน PPSP คาดว่าจะยังมีการโอนที่ดินเพิ่มเติมในไตรมาส 4/2566

 

เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2566 ที่ 764 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.8% YoY และเร่งตัวต่อเนื่อง 44.8% YoY แตะ 1,106 ล้านบาท ในปี 2567 ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงสวนทางผลการดำเนินงานทุกกลุ่มธุรกิจยังแข็งแกร่งแม้ว่าเป็นช่วง Low Season ปัจจุบัน SJWD ซื้อขายที่ PER67 ต่ำเพียง 19.8 เท่า จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 16.70 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง