เงินไหลเข้าไทย! ต่างชาติแห่ลงทุน 5 เดือนแรก พุ่ง 1.5 แสนล้าน โต 73%

ไทยเนื้อหอม! ต่างชาติแห่ "ลงทุน" พุ่ง 1.54 แสนล้านบาท ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์-ดาต้าเซ็นเตอร์-AI มาแรง ดันไทยขึ้นแท่นฐานผลิตสำคัญของภูมิภาค
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีนักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตให้เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 528 ราย เพิ่มขึ้น 102 ราย หรือ 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่มูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 153,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 64,615 ล้านบาท หรือ 73% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีมูลค่าการลงทุน 88,943 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การลงทุนดังกล่าวยังสร้างการจ้างงานคนไทย 3,788 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 48% จากปีก่อน
สินค้าและอุตสาหกรรมดาวรุ่ง ดึงทุนทั่วโลกเข้าไทย
การลงทุนรอบนี้สะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางเทคโนโลยีสำคัญของภูมิภาค โดยกลุ่มธุรกิจที่ได้รับความสนใจสูงส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพส่งออกสูงและเป็นเมกะเทรนด์ของโลก
ประกอบด้วย
* ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA)
* ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ
* เครื่องจักรอัตโนมัติและระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะ
* ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)
* ซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มดิจิทัล
* เทคโนโลยี AI และบริการคอมพิวเตอร์
* อุปกรณ์การแพทย์และเครื่องมือแพทย์
* ชิ้นส่วนยานยนต์และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
* ระบบโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
สะท้อนว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตสินค้าแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่มสูงมากขึ้น
สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น อัดเม็ดเงินก้อนใหญ่
นักลงทุนต่างชาติ 5 อันดับแรกที่เข้ามาลงทุนในไทย ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา 87 ราย
2. จีน 85 ราย
3. สิงคโปร์ 74 ราย
4. ญี่ปุ่น 71 ราย
5. ฮ่องกง 48 ราย
หากพิจารณาจากมูลค่าการลงทุน สิงคโปร์เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดด้วยวงเงิน 36,529 ล้านบาท ตามด้วยจีน 30,023 ล้านบาท และญี่ปุ่น 27,260 ล้านบาท
โดยการลงทุนจากจีนมุ่งเน้นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เครื่องมือแพทย์ และการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ขณะที่สิงคโปร์และญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับดาต้าเซ็นเตอร์ โลจิสติกส์ พลังงาน และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง
BOI ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคต
ข้อมูลพบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของการลงทุนทั้งหมด หรือ 254 ราย มาจากโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI คิดเป็นมูลค่ากว่า 101,658 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงสุดผ่าน BOI ได้แก่
* ธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง เช่น ชิ้นส่วนอากาศยาน เครื่องจักรอัตโนมัติ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
* ธุรกิจบริการสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
* ธุรกิจดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ ซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต เช่น AI เทคโนโลยีขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจดิจิทัล
EEC ยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุน
พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีนักลงทุนต่างชาติลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 161 ราย คิดเป็น 30% ของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด มูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 59,939 ล้านบาท หรือคิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมดในประเทศ
จีนยังคงเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในพื้นที่ EEC ด้วยมูลค่า 24,640 ล้านบาท ตามด้วยสิงคโปร์ 9,940 ล้านบาท และญี่ปุ่น 8,419 ล้านบาท
ธุรกิจเด่นในพื้นที่ประกอบด้วยการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรอัตโนมัติ อุปกรณ์การแพทย์ ระบบใยแก้วนำแสง ตลอดจนธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยานและชิ้นส่วนอากาศยาน
ไทยกำลังกลายเป็นฐานผลิตเทคโนโลยีแห่งใหม่
เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 เพียงเดือนเดียว มีนักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในไทย 90 ราย มูลค่ารวม 24,226 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากจีน สิงคโปร์ และไต้หวัน
นอกจากเม็ดเงินลงทุนแล้ว นักลงทุนต่างชาติยังนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่เข้ามาสู่ประเทศไทย ทั้งด้านพลังงานลม ความปลอดภัยไซเบอร์ และการพัฒนา AI Model เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่าไทยกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะศูนย์กลางการผลิต เทคโนโลยี และดิจิทัลของภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI ซึ่งกำลังเป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
