ส.อ.ท.เบรกโมเดล "ค่าไฟขั้นบันได"

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเป็นนโยบายเชิงประชานิยม เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบาง ส.อ.ท.กังวลหากรัฐบาลนำโมเดลค่าไฟแบบขั้นบันไดมาใช้กับภาคอุตสาหกรรมจะกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมหนักที่เป็นต้นน้ำ ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วย จะได้ใช้ค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย ถูกกว่าอัตราเดิมที่ 3.88 บาท
ขณะที่กลุ่มที่ใช้ไฟ 201-400 หน่วย ต้องจ่ายในอัตราใหม่ที่ 3.95 บาท (เพิ่มขึ้น 7 สตางค์) และกลุ่มที่ใช้เกิน 400 หน่วยขึ้นไปที่เป็นบ้านใหญ่มีกำลังซื้อสูงที่รัฐบาลมองเป็นกลุ่มมีศักยภาพใช้จ่าย และควรส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐบาลไม่ควรนำตรรกะใช้เยอะจ่ายแพงมาใช้กับภาคอุตสาหกรรมได้เหมือนภาคครัวเรือน เพราะภาคธุรกิจและโรงงานมีลักษณะใช้ไฟต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่แม้เป็นรายเล็กแต่ปริมาณการใช้ไฟมักเกิน 400 หน่วย หากต้องอยู่เกณฑ์เดียวกับบ้านใหญ่ที่ต้องจ่ายค่าไฟแพงจะทำให้ SMEs ได้รับผลกระทบหนักจนอาจอยู่ไม่รอด
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานสูง หากรัฐบาลไม่มีนโยบายอุดหนุน หรือแยกค่าไฟชัดเจน จะเพิ่มต้นทุนทำให้อุตสาหกรรมสูญเสียความสามารถในการแข่งขันส่วนประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ หากต้นทุนค่าไฟในประเทศสูงเกินไป จะทำให้ผู้ประกอบการแบกรับภาระไม่ได้ และท้ายที่สุดไทยต้องพึ่งการนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะจากจีนที่มีต้นทุนถูกกว่า
ขณะนี้ภาคเอกชนยังคงรอความชัดเจนจากรัฐบาล จึงขอเสนอแนะแนวทาง ประกอบด้วย
1.แยกโครงสร้างค่าไฟภาคผลิตออกจากภาคครัวเรือน
2.นโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมหนัก รัฐบาลควรมีเงินอุดหนุนหรือมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน
3.มาตรการเสริมสำหรับโซลาร์รูฟ มีแพ็กเกจสนับสนุนด้านการลงทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการและภาคครัวเรือนขนาดใหญ่เข้าถึงง่าย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
