คนไทยต้องปรับตัวแบบไหน? เพื่อรับมือผลกระทบราคาน้ำมัน จากวิกฤตพลังงานโลก

คนไทยต้องปรับตัวแบบไหน? เพื่อรับมือกับภาวะน้ำมันจากวิกฤตพลังงานโลก
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวน และราคาน้ำมันในประเทศราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่อาจจะะขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
แม้ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวยืนยัน สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน
ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท พร้อมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่า ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงปริมาณน้ำมันในประเทศว่า ยังเพียงพอ และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
ภาพจาก Getty Images
เคล็ดลับขับประหยัดน้ำมัน รับมือวิกฤตพลังงานโลก
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายๆ คนอาจกำลังมองหาวิธีรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าเพราะการประหยัดน้ำมันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลจาก กรมการขนส่งทางบก ได้แนะเคล็ดลับขับการประหยัดน้ำมันไว้ดังนี้
- ขับรถโดยใช้ความเร็วคงที่ 80-90 กม./ชม. เนื่องจากช่วงความเร็วนี้ รถจะมีประสิทธิภาพการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ดีที่สุด จึงช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 20%
- ไม่เบิ้ล ไม่กระชาก ไม่ลากเครื่องยนต์ การเร่งเครื่อง เหยียบคันเร่งจนมิด น้ำมันจะถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้ตามน้ำหนักเท้าของเรา ยิ่งเหยียบหนัก ยิ่งสิ้นเปลืองน้ำมันมาก การค่อยๆ เหยียบคันเร่ง ขับรถให้นิ่มนวล ใช้ความเร็วสม่ำเสมอจะประหยัดน้ำมันทันทีโดยอัตโนมัติ
- ไม่เบรกกะทันหัน ทำให้รถต้องเปลี่ยนเกียร์เร็ว กระตุ้นให้เครื่องยนต์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น การเร่งความเร็วบ่อยครั้งและเบรกอย่างหนัก จะเพิ่มอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และลดประสิทธิภาพของเบรก หมั่นสังเกตสถานการณ์รอบข้างตลอดเวลา เมื่อมีสิ่งกีดขวางสามารถค่อยๆ ชะลอความเร็วได้ จะช่วยรักษาสภาพล้อยาง และผ้าเบรกให้สึกหรอน้อยลง
- เติมลมยางตามกำหนดที่คู่มือรถแนะนำ จะช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิง หากลมยางอ่อนเกินไป ทำให้หน้ายางเสียดสีกับพื้นถนนมาก หรือการที่ลมยางแข็งเกินไป การยึดเกาะถนนน้อยลง เครื่องยนต์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น จึงสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ เพราะสภาพรถยนต์ที่พร้อมใช้งานคือหัวใจสำคัญของการประหยัดน้ำมัน การบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนดจะช่วยให้เครื่องยนต์และระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- ทางเลือกใหม่ในการเดินทาง ปรับเปลี่ยนวิธีการเดินทาง ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน แชร์รถไปกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนบ้าน นอกจากประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังช่วยลดจำนวนรถบนถนนได้ด้วย หรือกการใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ หรือรถตู้โดยสารสาธารณะ สิ่งนี้นับว่าเป็นวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพจาก TNN ONLINE
ปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตพลังงานไม่ใช่เรื่องยาก
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน แน่นอนว่าการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตพลังงานไม่ใช่เรื่องยาก หากเราเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีวางแผนการเดินทาง ดูแลรักษารถยนต์ รวมไปถึงการพิจารณาทางเลือกการเดินทางอื่นๆ นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแล้ว ยังนับว่าเป็นการมีส่วนร่วมในการช่่วยประหยัดพลังงานให้ประเทศอีกด้วย
ภาพจาก AFP
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
