"มินนิโซตา"ป่วนหนัก! ผู้ว่าฯสั่งเคลื่อนกำลังพลคุมม็อบต้านเหยียดผิว

"มินนิโซตา"ป่วนหนัก! ผู้ว่าฯสั่งเคลื่อนกำลังพลคุมม็อบต้านเหยียดผิว
มติชน
29 พฤษภาคม 2563 ( 15:00 )
146
"มินนิโซตา"ป่วนหนัก! ผู้ว่าฯสั่งเคลื่อนกำลังพลคุมม็อบต้านเหยียดผิว

 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาของสหรัฐอเมริกาสั่งระดมกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติ เข้าสมทบเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รัฐมินนิโซตาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม หลังจากสองวันก่อนหน้าผู้ประท้วงจำนวนมากก่อหวอดประท้วงอย่างรุนแรง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน วัย 46 ปี ที่ถูกตำรวจ 4 นาย ใช้กำลังเกินกว่าเหตุเข้าจับกุมนายฟลอยด์จนถึงแก่ชีวิตในเหตุการณ์ที่ขึ้นบนถนนในเมืองมินนิแอโปลิสเมื่อวันจันทร์( 25 พ.ค.)ที่ผ่านมา

 

คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เผยให้เห็นตำรวจผิวขาวนายหนึ่งใช้หัวเข่าของตนเองทั้งท่อนกดเข้าไปที่ลำคอของนายฟลอยด์ ผู้ต้องสงสัยในคดีปลอมแปลง ซึ่งหมอบอยู่กับพื้น จนนายฟลอยด์ร้องครวญบอกว่าเขาหายใจไม่ออก ก่อนจะแน่นิ่งไปและเสียชีวิตในเวลาต่อมา คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวจุดความโกรธเดือดดาลให้ประชาชนที่ได้เห็นและพากันออกมาประท้วงการกระทำรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวดังกล่าวที่ถูกชี้ว่าเป็นการเหยียดผิว โดยหลังเกิดเหตุตำรวจทั้ง 4 นาย ได้ถูกไล่ออกจากราชการในวันถัดมา

 

ขณะที่เหตุประท้วงในวันที่ 3 กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวชุมนุมกันอย่างสงบที่ศูนย์ราชการเขตเฮนเนพิน พร้อมตะโกนร้องว่า “ฉันหายใจไม่ออก” ก่อนเดินขบวนไปตามท้องถนน เรียกร้องให้ทางการจับกุมตำรวจทั้ง 4 นายในทันที

 

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า มีเปลวเพลิงลุกโชนท่วมอาคารหลายแห่งและกลุ่มควันไฟลอยคลุ้งเหนือท้องฟ้าในเขตที่ 3 ในเมืองมินนิแอโปลิส ที่กลุ่มผู้ประท้วงออกมาก่อหวอดประท้วงและจุดไฟเผา และยังมีการโยนจุดประทัดเข้าใส่ในพื้นที่ใกล้กับจุดที่ฟลอยด์ถูกตำรวจใช้กำลังเข้าจับกุม ขณะที่กองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติราว 500 นายที่ถูกส่งเข้ามา ได้กระจายกำลังเข้ารักษาการณ์ตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงธนาคาร ร้านขายของชำและร้านขายยา

 

การตายของนายฟลอยด์ เสมือนซ้ำรอยคดี อีริก การ์เนอร์ ชายผิวสีไร้อาวุธในนครนิวยอร์กที่เสียชีวิตหลังจากถูกตำรวจล็อกคอเอาไว้ขณะเข้าจับกุมในปี 2014 ซึ่งการ์เนอร์ได้ร้องอ้อนวอนว่าเขาหายใจไม่ออก

 

คำพูดก่อนเสียชีวิตดังกล่าวของการ์เนอร์ ได้จุดแนวร่วมการเคลื่อนไหว “แบล็ก ไลฟ์ แมทเทอร์” หรือ ชีวิตของคนผิวดำก็มีความสำคัญขึ้น ท่ามกลางกระแสที่ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันถูกตำรวจผิวขาวฆ่าตายมากขึ้นขณะจับกุม

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง