รีเซต

"ศรีจันทร์" ต่อยอด T-Beauty ฝ่าวิกฤตต้นทุนพุ่ง-กำลังหดตัว

"ศรีจันทร์" ต่อยอด T-Beauty ฝ่าวิกฤตต้นทุนพุ่ง-กำลังหดตัว
TNN ช่อง16
2 มิถุนายน 2569 ( 12:51 )
11

กระแส T-Beauty (ที-บิวตี้) หรือผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทย ยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก คุณ รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทย แบรนด์ ศรีจันทร์ และแบรนด์ ศศิ ให้ความเห็นว่า ปัจจุบัน ที บิวตี้ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากผู้บริโภคชาวไทยเอง และต่างชาติ 

อย่างไรก็ตาม ที บิวตี้ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต และมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก แต่การจะเติบโตในระยะข้างหน้า ได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต การยกระดับมาตรฐาน และการสื่อสารผ่านคอนเทนต์ หรือสื่อบันเทิง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ ที บิวตี้ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

สำหรับ ศรีจันทร์ และ ศศิ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับแนวคิด ที บิวตี้ มาตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อแบรนด์ การคัดเลือกวัตถุดิบ ตลอดจนการพัฒนาส่วนประกอบสำคัญจากภายในประเทศ 

หัวใจสำคัญคือการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์สภาพผิวและสภาพอากาศของคนไทย  ส่วนประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นใกล้เคียงกับไทย ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการตอบรับที่ดี

เช่น แบรนด์ ศศิ ปัจจุบัน นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ยังมีจำหน่ายอยู่ใน 4-5 ประเทศ โดยเฉพาะ ฟิลิปปินส์ เป็นตลาดที่เติบโตโดดเด่น ส่วนเป้าหมายต่อไป คือผลักดันไปสู่การเป็น แบรนด์ระดับภูมิภาคในอนาคต

ล่าสุด ยังมีการปรับโพสิชันนิ่งแบรนด์ ศศิ เพื่อยกระดับแบรนด์จากการเป็นเครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่น ไปสู่การเป็นแบรนด์ความงาม ที่ครอบคลุมผู้บริโภคในช่วงอายุ 13-35 ปี พร้อมกันนี้ ยังขยายภาพลักษณ์แบรนด์ให้เปิดกว้างและครอบคลุมความหลากหลายมากขึ้น รองรับผู้บริโภคทุกเพศและทุกความเป็นตัวตน จากเดิมที่มุ่งสื่อสารกับกลุ่มผู้หญิงเป็นหลักเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในประเทศ มีการแข่งขันค่อนข้างสูงต่อเนื่อง โดยคุณ รวิศ กล่าวว่า การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค แต่มองว่าโจทย์ท้าทายของปีนี้ คือ เรื่องซัพพลายเชน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น บริษัทจึงมุ่งเน้นการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนภายในองค์กร เพื่อชดเชยต้นทุนส่วนอื่นที่เพิ่มขึ้น โดยยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้

ส่วนกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในระดับหนึ่ง แต่มีความคาดหวังว่าครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น รวมถึงมาตรการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างบรรยากาศการบริโภคในภาพรวมให้กลับมาคึกคักมากขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง