ธปท.ให้"เช่าซื้อ-จำนำทะเบียน"รายงานยอด

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) หลักการการรายงานข้อมูลเพื่อการกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน เพื่อยกระดับการให้บริการทางการเงินของผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท.ให้มีความรับผิดชอบ เป็นธรรม และโปร่งใส ได้รับการดูแลช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาในการชำระหนี้
โดย ธปท.กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวนำส่งข้อมูล ซึ่งมีเงื่อนไขและขอบเขตการรายงาน คือ 1.ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ.เช่าซื้อลีสซิ่งที่มียอดคงค้างสินเชื่อตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ต้องนำส่งข้อมูล ได้แก่ 1.แบบรายงานข้อมูลยอดรวมรถยึดและ Loss on Sale 2.แบบรายงานข้อมูลงบการเงิน และ 3.แบบรายงานข้อมูลสินเชื่อเช่าซื้อลีสซิ่ง และข้อมูลอ้างอิงผู้กู้ (Counterparty)
2.ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ที่มีสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ที่มียอดคงค้างสินเชื่อ ตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องนำส่งข้อมูลแบบรายงานข้อมูลยอดรวมรถยึดและ Loss on Sale เพิ่มเติม
ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวจะต้องส่งแบบรายงานตามเงื่อนไขที่ ธปท.กำหนด ทั้งวิธีการ ความถี่ ช่องทาง โดยรายงานจะต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น (Basic Validation) และการตรวจสอบเชิงซ้อน (Complex Validation)
สำหรับรายละเอียดกำหนดเวลาในการรายงานข้อมูล โดยแบบรายงานข้อมูลยอดรวมรถยึดและ Loss on Sale รายงานแบบรายเดือน กำหนดส่งภายใน 21 วันนับจากสิ้นงวด ชุดข้อมูลงบการเงินรายงานรายไตรมาส กำหนดส่งภายใน 45 วันนับจากสิ้นงวด และแบบรายงานข้อมูลสินเชื่อและอ้างอิงผู้กู้ รายงานรายเดือน กำหนดส่งภายใน 21 วันนับจากสิ้นงวด คาดว่าภายใน 21 ก.ค. 2570 เข้าสู่ Go Live นำส่งข้อมูลงวดแรก (งวด มิ.ย.70)
นอกจากนี้คาดว่าภายในเร็ว ๆ นี้ ธปท.อาจจะมีการขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นทุนทางการเงิน เพื่อทบทวนเพดานอัตราดอกเบี้ยธุรกิจเช่าซื้อ หลังจากเข้ามากำกับดูแล เนื่องจากที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นคนกำหนดเพดานดอกเบี้ยธุรกิจเช่าซื้อ โดยดอกเบี้ยรถใหม่ไม่เกิน 10% ต่อปี รถมือสองไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันครบ 3 ปี เป็นช่วงที่สามารถทบทวนอัตราดอกเบี้ยใหม่ได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
