รีเซต

ส่อง "ธุรกิจดังระดับโลก" ทำไมใช้ AI แล้วไปได้ไกลกว่าคู่แข่ง? และผู้นำธุรกิจยุคนี้ต้องทำอย่างไร ก่อนจะแพ้แบบไม่รู้ตัว

ส่อง "ธุรกิจดังระดับโลก" ทำไมใช้ AI แล้วไปได้ไกลกว่าคู่แข่ง? และผู้นำธุรกิจยุคนี้ต้องทำอย่างไร ก่อนจะแพ้แบบไม่รู้ตัว
TNN ช่อง16
21 เมษายน 2569 ( 08:00 )
14

บทเรียนที่ผู้นำธุรกิจต้องรู้ ทำไมธุรกิจที่ใช้ AI ถึงมีโอกาสชนะคู่แข่ง และไปได้ไกลกว่าเดิม


เมื่อธุรกิจระดับโลก “ชนะด้วย AI” ไปแล้ว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าองค์กรของคุณมี AI หรือไม่ แต่คือกำลังใช้ AI ในระดับไหน ระหว่าง “ใช้เพื่อช่วยงาน” กับ “ใช้เพื่อเปลี่ยนเกมธุรกิจ”


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกธุรกิจไม่ได้ค่อยๆ เปลี่ยน แต่กำลังเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด การแข่งขันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ใช่แค่ดิจิทัล ไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่คือ “AI” ที่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของความได้เปรียบ


หากมองไปยังบริษัทระดับโลกในวันนี้ ภาพจะชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าองค์กรที่เติบโตเร็ว ไม่ได้เพียงแค่ “ใช้ AI” แต่กำลัง “สร้างโมเดลธุรกิจด้วย AI” และสิ่งนี้กำลังกลายเป็นเส้นแบ่งใหม่ระหว่าง “ผู้ชนะ” และ “ผู้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”


เพราะในความเป็นจริงแล้ว AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็น “เครื่องจักรสร้างความได้เปรียบ” ที่ฝังอยู่ในทุกกระบวนการขององค์กร




ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Amazon ความแข็งแกร่งไม่ได้อยู่แค่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แต่คือความสามารถในการเข้าใจลูกค้าอย่างลึกผ่านระบบ AI มีการประเมินว่า ระบบแนะนำสินค้า (Recommendation System) มีส่วนช่วยสร้างยอดขายประมาณ 35% ของยอดขายทั้งหมด นั่นหมายความว่าการตัดสินใจซื้อจำนวนมาก เกิดจาก AI ที่เรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ AI ของ Amazon ยังถูกใช้ตั้งแต่การคาดการณ์ความต้องการสินค้า การบริหารคลังแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงการปรับราคาอัตโนมัติ นี่ไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยี แต่คือการใช้ AI เพื่อควบคุมทั้งห่วงโซ่ธุรกิจอย่างครบวงจร


ในฝั่งคอนเทนต์ Netflix ก็สะท้อนภาพเดียวกัน จากบริษัทสื่อสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มีรายงานว่ามากกว่า 80% ของคอนเทนต์ที่ผู้ชมรับชม มาจากระบบแนะนำของ AI เบื้องหลังความสำเร็จจึงไม่ได้มาจากสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ชมในวงกว้าง ตั้งแต่การแนะนำคอนเทนต์ ไปจนถึงการตัดสินใจลงทุนในเนื้อหา


ขณะที่ Tesla กำลังยกระดับ AI ให้เป็นหัวใจของผลิตภัณฑ์ ระบบขับขี่อัตโนมัติเรียนรู้จากข้อมูลการใช้งานจริงจากรถทั่วโลก ยิ่งมีผู้ใช้งานมาก ข้อมูลยิ่งเพิ่ม และทำให้ AI พัฒนาได้ต่อเนื่อง แนวคิดนี้เรียกว่า “Data Flywheel” ซึ่งสะท้อนการสร้างความได้เปรียบระยะยาวที่คู่แข่งตามได้ยาก


ในจีน Alibaba ใช้ AI ด้านการตลาดและการขาย โดยมีกรณีศึกษาที่พบว่า AI สามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้สูงสุดประมาณ 16% ในบางแคมเปญ ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ และการนำเสนอสินค้าที่ตรงความต้องการมากขึ้น


แม้แต่ภาคการเงินอย่าง JPMorgan Chase ก็ใช้ AI เพื่อลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ ระบบ AI ถูกนำมาใช้วิเคราะห์เอกสารทางกฎหมาย ซึ่งเดิมต้องใช้เวลาถึง 360,000 ชั่วโมงต่อปี แต่ปัจจุบันสามารถทำได้ภายในไม่กี่วินาที สิ่งนี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้แค่ทำให้เร็วขึ้น แต่เพิ่มความแม่นยำ และลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล


เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นรูปแบบร่วมกันอย่างชัดเจน องค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ ล้วนมีลักษณะคล้ายกัน คือใช้ AI ในหลายกระบวนการ ตัดสินใจบนข้อมูล และทำงานได้เร็วและแม่นยำกว่าคู่แข่ง



อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ามีอีกจำนวนมากของธุรกิจที่ยังใช้ AI เพียงบางส่วน หรือยังไม่ได้ผสานเข้ากับกลยุทธ์หลักอย่างแท้จริง ผลลัพธ์คือ “ช่องว่างระหว่างผู้นำกับผู้ตาม กำลังขยายกว้างขึ้น”


ตัวเลขจากหลายสำนักยืนยันภาพนี้ได้ชัดเจน รายงานของ McKinsey ระบุว่า AI โดยเฉพาะ Generative AI สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ประมาณ 2.6 – 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ PwC ประเมินว่า AI อาจช่วยเพิ่ม GDP โลกได้สูงถึง 15.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030


ในระดับอุตสาหกรรมเอง AI ก็สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้จริง เช่น กลุ่มค้าปลีกเพิ่มรายได้ประมาณ 1–2% กลุ่มธนาคารเพิ่มได้ 3–5% และกลุ่มอีคอมเมิร์ซบางกรณีเพิ่มยอดขายได้ระดับสองหลัก แม้ตัวเลขอาจดูไม่สูง แต่สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ นี่คือกำไรระดับมหาศาล


แต่คำถามสำคัญคือ แล้วทำไมหลายองค์กรยังไม่ประสบความสำเร็จ?


คำตอบคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือ “วิธีการนำไปใช้” รายงานหลายฉบับชี้ว่า มากกว่า 70–80% ของโครงการ AI ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ในระดับองค์กรได้จริง เพราะไม่ได้เชื่อมโยงกับกลยุทธ์หลัก หรือใช้เพียงระดับทดลอง ไม่ได้ฝังเข้าไปในโครงสร้างธุรกิจอย่างแท้จริง


วันนี้องค์กรระดับโลก ไม่ได้อยู่ในจุดเริ่มต้นของการใช้ AI อีกต่อไป แต่กำลังใช้ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืน


คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “คุณมี AI หรือยัง”

แต่คือ “คุณใช้ AI ได้เหนือกว่าคู่แข่งแล้วหรือยัง”


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง