ฝนรอบใหม่ถล่มไทย 11-15 ก.ค. จับตา "น้ำป่า-น้ำทะเลหนุน" หลายจว.เสี่ยงน้ำท่วม

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักอีกระลอก หลัง กรมอุตุนิยมวิทยา และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนตรงกันว่า ระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2569 หลายพื้นที่จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ขณะที่ช่วงกลางเดือนยังต้องจับตาปรากฏการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ที่อาจกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มรสุมแรงขึ้น ฝนหนักหลายภูมิภาค
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วงวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2569 ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะ ระนอง พังงา กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
"ไต้ฝุ่นบาหวี่" ไม่เข้าไทย แต่เสริมกำลังมรสุม
อีกปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ พายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" (BAVI) ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และมีแนวโน้มผ่านเกาะไต้หวัน ก่อนขึ้นฝั่งด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม
แม้พายุลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยและไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพอากาศของไทย แต่จะส่งผลให้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้น โดยผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังพื้นที่เส้นทางพายุควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
สทนช. เตือนฝนเพิ่มต่อเนื่องถึง 15 ก.ค.
ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประเมินว่า ในวันที่ 11-15 กรกฎาคม ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
ข้อมูลสถานการณ์ฝนเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พบว่า ปริมาณฝนสูงสุดของแต่ละภูมิภาค ได้แก่
- ภาคเหนือ : จ.ตาก 95 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.อุบลราชธานี 45 มิลลิเมตร
- ภาคกลาง : กรุงเทพมหานคร 28 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออก : จ.จันทบุรี 53 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก : จ.กาญจนบุรี 28 มิลลิเมตร
- ภาคใต้ : จ.สงขลา 102 มิลลิเมตร
น้ำในอ่างเก็บน้ำยังอยู่ที่ 55%
สทนช. ระบุว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 44,135 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 55% ของความจุเก็บกัก ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การได้อยู่ที่ 20,012 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 35%
ปริมาณน้ำรายภูมิภาค ประกอบด้วย
- ภาคเหนือ 52%
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 44%
- ภาคกลาง 29%
- ภาคตะวันออก 38%
- ภาคตะวันตก 63%
- ภาคใต้ 61%
ส่วนอ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่ EEC มีปริมาณน้ำ ดังนี้
- อ่างเก็บน้ำบางพระ 39%
- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 54%
- อ่างเก็บน้ำประแสร์ 58%
จับตาพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม
สทนช. ได้ประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงระหว่างวันที่ 10-15 กรกฎาคม โดยขอให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะ
- จันทบุรี
- ตราด
- กาญจนบุรี
- ราชบุรี
- เพชรบุรี
- ประจวบคีรีขันธ์
- ชุมพร
- สุราษฎร์ธานี
- ระนอง
- พังงา
- ภูเก็ต
น้ำทะเลหนุนสูง 13-17 ก.ค. กระทบเจ้าพระยา-แม่กลอง-ท่าจีน
นอกจากฝนตกหนักแล้ว ยังต้องติดตามสถานการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ในช่วงวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลต่อแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำท่าจีน
สทนช. เตือนว่า ระดับน้ำอาจเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ และบางเส้นทางสัญจรในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดชายฝั่งใกล้เคียง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและระดับน้ำเพิ่มสูงในช่วงหลายวันข้างหน้า.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
