ไทยผงาดดาวรุ่ง “ห่วงโซ่อุปทานโลก” มั่นใจดึงลงทุน AI-เซมิคอนดักเตอร์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักข่าว Bloomberg เผยแพร่บทวิเคราะห์โดยอ้างอิงรายงานของ Verisk Maplecroft บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ซึ่งจัดให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศ “Rising Stars” หรือดาวรุ่งด้านห่วงโซ่อุปทานโลก ร่วมกับอาร์เจนตินาและฟิลิปปินส์
รายงานดังกล่าวประเมินว่า ประเทศไทยมีศักยภาพได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของโลก และมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ท่ามกลางการย้ายฐานการลงทุนของภาคธุรกิจทั่วโลก
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มประเทศดาวรุ่ง มาจากความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่ลดลงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ไทยมีความพร้อมรองรับห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ความเปิดกว้างของตลาด ความเข้มแข็งของกฎระเบียบ และมาตรฐานด้านสิทธิแรงงานของไทย ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในการตัดสินใจลงทุนระยะยาว
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของประเทศไทย และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับการปรับปรุงกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตและการลงทุนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงของภูมิภาค
ล่าสุด รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการ Thailand FastPass ซึ่งบูรณาการการทำงานของ 8 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อเร่งรัดการอนุมัติและอนุญาตโครงการลงทุน ช่วยปลดล็อกการลงทุนมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท พร้อมสร้างงานคุณภาพและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
รัฐบาลย้ำว่า จะเดินหน้าลดอุปสรรคด้านการลงทุน ส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสร้างงานที่มีคุณภาพ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของภูมิภาคในระย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
