อิสราเอลอนุมัติ "เวสต์แบงก์" เป็นทรัพย์สินของรัฐ หากปาเลสไตน์ไม่พิสูจน์ความเป็นเจ้าของ

รัฐบาลอิสราเอลอนุมัติแผนที่จะอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินขนาดใหญ่ใน “เขตเวสต์แบงก์” ในฐานะ “ทรัพย์สินของรัฐ” หากชาวปาเลสไตน์ไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์และประณามเป็นวงกว้างว่าอิสราเอลกำลังกระทำการผนวกดินแดน “โดยพฤตินัย”
สถานีโทรทัศน์ Kan ของอิสราเอลรายงานว่า ข้อเสนอดังกล่าวถูกยื่นโดยคณะรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีกระทรวงการคลังซึ่งเป็นนักการเมืองสายขวาจัด, ยารีฟ เลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม
โดยรัฐมนตรีคลังอิสราเอลกล่าวว่า มาตรการนี้เป็นการสานต่อการปฏิวัติการตั้งถิ่นฐานเพื่อควบคุมดินแดนทั้งหมดของอิสราเอล ในขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลอิสราเอล ในการเสริมความแข็งแกร่งในการยึดครองทุกส่วนของดินแดน
อัลจาซีรารายงานว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะเปิดทางให้มีการรื้อฟื้นกระบวนการ การจัดทำทะเบียนสิทธิในที่ดิน ซึ่งถูกระงับมาตั้งแต่อิสราเอลเข้ายึดครองเวสต์แบงก์ในปี 1967 จึงหมายความว่า เมื่ออิสราเอลเริ่มกระบวนการขึ้นทะเบียนที่ดินในพื้นที่ใด ผู้ที่อ้างสิทธิในที่ดินต้องยื่นเอกสารเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของซึ่งในที่นี่อิสราเอลหมายถึงชาวปาเลสไตน์ แต่หลังการยึดครองยาวนานหลายทศวรรษ เกณฑ์ในการพิสูจน์สิทธิของชาวปาเลสไตน์ถือว่าสูงมาก และมาตรการนี้อาจทำให้ชาวปาเลสไตน์หลายพันคนสูญเสียสิทธิในที่ดินของตน
ด้าน ประธานาธิบดี มามูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ประณามการตัดสินใจดังกล่าวของอิสราเอล โดยระบุในแถลงการณ์ว่าความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นการยกระดับสถานการณ์อย่างร้ายแรงและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง และเท่ากับเป็นการผนวกดินแดนโดยพฤตินัย ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยที่อับบาสยังเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เข้ามาแทรกแซงการกระทำดังกล่าวของอิสราเอลโดยทันที
ขณะที่ กลุ่มฮามาสออกมาประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยเรียกว่านี่คือความพยายามของอิสราเอลที่จะขโมยและพยายามทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นของยิว ด้วยการจดทะเบียนเขตเวสต์แบงก์เป็นที่ดินของรัฐซึ่งเป็นการละเมิดมติที่เกี่ยวข้องของสหประชาชาติ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ของอิสราเอล เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการกระชับการควบคุมเหนือเขตเวสต์แบงก์ เนื่องจากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอิสราเอลได้ขยายเขตการก่อสร้างล้ำเขตที่เป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนในเวสต์แบงก์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับระบบราชการในพื้นที่อย่างมีนัยยะสำคัญด้วย
อิสราเอลระบุว่ามาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้กับพื้นที่ที่เรียกว่า เขต C หรือ Area C ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เขตที่ถูกแบ่งออกตามข้อตกลงออสโลในช่วงปี 1990 ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมทางทหารจากฝั่งอิสราเอลอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นที่คาดการณ์ว่ามีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 300,000 คน อาศัยอยู่ในเขต C และยังมีชาวปาเลสไตน์อีกจำนวนมากในชุมชนรอบๆ ที่พึ่งพาเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ เพื่อยังชีพแต่เนื่องจากที่ดินของชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ เพราะกระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนานและมีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงข้อกำหนดที่ต้องใช้เอกสารเก่าแก่หลายสิบปี ซึ่งอาจสูญหายหรือถูกทำลายไปในช่วงสงครามหรือการยึดครอง
ทั้งนี้ ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ออกมาประณามความเคลื่อนไหวของอิสราเอลเช่นกัน โดยกระทรวงการต่างประเทศของจอร์แดนประณามการตัดสินใจของอิสราเอล “อย่างรุนแรงที่สุด” โดยระบุว่าเป็น “การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ออกมาประณาม โดยกล่าวว่ามาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ผิดกฎหมายในการลิดรอนสิทธิของประชาชนชาวปาเลสไตน์ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในระดับนานาชาติ กดดันให้อิสราเอลยุติแผนดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบร้ายแรงที่จะตามมา
ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของอียิปต์ระบุว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดอย่างโจ่งแจ้งต่อกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 รวมถึงมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยเฉพาะมติที่ 2334 ในปี 2016 เช่นเดียวกันนี้กระทรวงการต่างประเทศของตุรกีก็ประณามการเคลื่อนไหวดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่ามีเป้าหมายเพื่อยัดเยียดอำนาจของอิสราเอลเหนือเวสต์แบงก์และขยายกิจกรรมการตั้งถิ่นฐาน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
