ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวในหลายเมือง คุมเหตุจลาจล

หลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศฝรั่งเศสประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิว และข้อจำกัดการเดินทางชั่วคราว หลังเกิดการประท้วงที่ลุกลามบานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลและปล้นสะดมในหลายพื้นที่ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่ามีธุรกิจได้รับผลกระทบกว่า 3,000 แห่ง
ที่กรุงปารีส ทางการออกคำสั่งห้ามประชาชนเดินทางและสัญจรในบางพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 23.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม ถึง 06.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น ครอบคลุมพื้นที่สำคัญบางส่วนของเมืองหลวง โดยเฉพาะบริเวณจัตุรัสปลาซ เดอ ลา เรปูบลิก ซึ่งเป็นจุดรวมตัวประท้วง นอกจากนี้ ทางการปารีสยังห้ามการชุมนุมตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป พร้อมสั่งห้ามพกพาอาวุธ ดอกไม้ไฟ และสารไวไฟ เช่น น้ำมันและก๊าซ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงเพิ่มเติม
ส่วนนายกเทศมนตรีเมืองนีซประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวสำหรับเยาวชน ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ถึง 06.00 น. ของวันถัดไป โดยจะบังคับใช้ต่อเนื่องทุกคืนจนถึงวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พร้อมห้ามพกพาดอกไม้ไฟ สารไวไฟ และอุปกรณ์ป้องกันตัวส่วนบุคคลที่อาจถูกนำไปใช้ก่อความวุ่นวาย
ขณะที่เมืองลียงประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 21.00 น. วันจันทร์ ถึง 06.00 น. วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น พร้อมสั่งห้ามจัดขบวนประท้วงและการชุมนุมทุกประเภทในบริเวณใจกลางเมือง
นอกเหนือจากเมืองใหญ่ทั้ง 3 แห่งแล้ว เมืองคูแลนส์ (Coulaines) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ยังประกาศห้ามเยาวชนออกนอกบ้านหลังเวลา 23.00 น. ขณะที่เมืองทางตอนเหนือ ได้แก่ ลีลล์ (Lille), ดูแอ (Douai), วัตติญีส์ (Wattignies) และเดอแนง (Denain) ประกาศใช้เคอร์ฟิวระหว่างเวลา 20.00-06.00 น.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีเซบาสเตียน เลอกอร์นู ออกแถลงการณ์ประณามเหตุจลาจลและการปล้นสะดมที่เกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประเมินว่ามีธุรกิจได้รับผลกระทบกว่า 3,000 แห่ง โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “เราจะไม่ยอมจำนนต่อการถูกบงการและครอบงำโดยกลุ่มผู้ทำลายล้าง กลุ่มโจร และกลุ่มอันธพาล” พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้กลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายสร้างความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะเดียวกัน สหภาพแรงงานฝรั่งเศสเรียกร้องให้มีการนัดหยุดงานและจัดการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศรอบใหม่ ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ เพื่อแสดงจุดยืนต่อปัญหาเศรษฐกิจและความไม่พอใจต่อนโยบายของรัฐบาล
ความไม่สงบที่เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกันยายน จากการประท้วงของกลุ่มนักเรียนเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ภายในโรงเรียน ได้ขยายวงกว้างไปสู่ประเด็นค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และความไม่พอใจต่อรัฐบาลของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ก่อนจะบานปลายเป็นเหตุจลาจลและการปล้นสะดมในหลายเมืองทั่วประเทศ
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อฝรั่งเศสในช่วงประมาณ 6 เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2027 และยังสะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเติบโตอ่อนแอและหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจยิ่งซ้ำเติมความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
