'บรรยง พงษ์พานิช' หนุนรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้าน ไม่เกิน 1.7 ล้านล้าน ฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจที่จะตามมา

'บรรยง พงษ์พานิช' หนุนรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้าน ไม่เกิน 1.7 ล้านล้าน ฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจที่จะตามมา
มติชน
28 มีนาคม 2563 ( 23:22 )
108
'บรรยง พงษ์พานิช' หนุนรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้าน ไม่เกิน 1.7 ล้านล้าน ฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจที่จะตามมา

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร โพสต์เฟซบุ๊ก Banyong Pongpanich สนับสนุนรัฐบาลช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพิ่มงบประมาณสำหรับการบริหารสาธารณสุข ดูแลสภาพคล่องให้ธุรกิจ ตลาดเงิน ด้วยการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท ไม่เกิน 1.7 ล้านล้านบาท หรือ 10% ของ GDP ดังนี้

เรากำลังสู้ศึกครั้งใหญ่……

ยังไงก็ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก เปลี่ยนแม่ทัพกลางสงคราม

เราควรสนับสนุนรัฐบาลให้ความร่วมมือบรรลุเป้าหมายชนะศึก พักความขัดแย้งทั้งหลายไว้ก่อน

แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องปิดปากสนิท ห้ามวิพากษ์วิจารณ์หรือเสนอแนะใดๆ …แต่ขอให้ทำอย่างสร้างสรร

ผมสนับสนุน ในการออกพรก.บริหารฯฉุกเฉิน สนับสนุนมาตรการเข้มงวดต่างๆที่จะต้องหยุดยั้งการแพร่ระบาดโรคให้ได้โดยเร็ว

ผมสนับสนุนให้ออกพรก.กู้เงินและเพิ่มงบประมาณฉุกเฉินอีก ไม่น้อยกว่า 1 ล้านๆ บาท (ไม่เกิน1.7ล้านล้านบาทหรือ 10%ของGDP)

โดยขอให้จัดลำดับความสำคัญของงบประมาณพิเศษดังนี้

1.เพิ่มงบสาธารณสุขให้พอเพียง ทั้งสถานพยาบาล เครื่องมือ อุปกรณ์ รวมถึงงบจ้างบุคคลากรพิเศษ (แม้ต้องจ้างต้องเชิญหมอพยาบาลจากจีนมาเสริมถ้าจำเป็นก็ควรเริ่มเตรียมการครับ) ถ้ายังหยุดโรคไม่ได้ก็ไม่มีทางเปิดเศรษฐกิจใหม่ได้ครับ

2.งบข่วยเหลือดูแลประชาชนผู้ที่ต้องเดือดร้อนจากมาตรการต่างๆตลอดอายุของมาตรการ โดยเฉพาะผู้ที่ขาดรายได้พื้นฐานในการดำรงชีวิต(ที่ทำไปแล้วยังน้อยไปมาก และยังไม่ครอบคลุมครับ)

3.งบช่วยเหลือสร้างสภาพคล่องให้กับธุรกิจที่หยุดชะงักจากผลของการระบาด และจากมาตรการของรัฐ(อย่าลืมว่ารัฐเป็นคนออกคำสั่งปิดเศรษฐกิจนะครับ)

4.งบเพื่อดูแลสภาพคล่องและช่วยเหลือให้ตลาดการเงินยังดำรงอยู่ได้ (ดูแลและrescueระบบโดยไม่ใช่อุ้มนายทุน)

ทั้งหมดนี่เพื่อฝ่าฟันทั้งวิกฤตโรคร้ายและวิกฤติเศรษฐกิจที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องทำเร็ว ทำมาก ทำให้ดีไว้ก่อน จะหลีกเลี่ยงหายนะ หรือไม่ก็ลดความเสียหายได้มากได้

สิงคโปร์ และสหรัฐประกาศมาตรการออกมา มีต้นทุนประมาณ 10% ของ GDP พอๆ กัน

ไทยมีวินัยทางการคลังพอสมควรตลอดมา มีหนี้สาธารณะต่อ GDP แค่ 42% เรายังมีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้ทรัพยากรกลางได้อีกเยอะครับ (มีวินัยมาก็เพื่อการนี้แหละครับ)

ขอเพียงให้ใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ก็แล้วกันนะครับ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบ

ประเทศไทยต้องชนะ (ยามนี้ยอมตามท่านนายกครับ)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง