รีเซต

ผ่าวิกฤตกุ้งไทยครึ่งปีแรก ยังมีลุ้นโอกาสฟื้นครึ่งปีหลัง

ผ่าวิกฤตกุ้งไทยครึ่งปีแรก ยังมีลุ้นโอกาสฟื้นครึ่งปีหลัง
Kipkay
5 มิถุนายน 2569 ( 15:37 )
21

ผ่าวิกฤตกุ้งไทย! สมาคมกุ้งฯ ฝากความหวังส่งออกครึ่งปีหลัง FTA ไทย-อียู บุกตลาดจีนดึงรายได้แสนล้านกลับคืน ลุ้นรัฐเจรจามาเลเซีย 8 มิ.ย.69 ได้ข้อยุติในทางที่ดี วอนคนไทยใช้ ไทยช่วยไทยพลัส บริโภคกุ้งมากขึ้น

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งไทย เปิดเผยว่า ทิศทางการส่งออกกุ้งในช่วงครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านจึงเสนอให้ รัฐบาลหันมามองความเดือดร้อนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการแก้ปัญหา โรคกุ้ง เป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วน เพื่อลดต้นทุนแฝงที่ฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขัน ทางสมาคมเสนอให้ภาครัฐขยายตลาดส่งออกกุ้งไป จีน และ สหภาพยุโรป (EU) เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมในครึ่งปีหลัง "ครึ่งปีแรกสถานการณ์การส่งออกกุ้งของไทยในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเริ่มอยู่ในภาวะชะลอตัวแม้ว่ากุ้งไทยจะมีชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพ เนื้อสัมผัสที่ดี รสชาติที่โดดเด่น และความปลอดภัยจากการไร้สารตกค้าง 100% ซึ่งมีการตรวจสอบทุกบ่อก่อนการจับ แต่ปัจจัยเรื่องราคา กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้กุ้งไทยพ่ายแพ้ในเวทีโลก"

 

 

นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งระบุว่า ปัจจุบันไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากราคาขายกุ้งไทยสูงกว่าคู่แข่งสำคัญอย่างเอกวาดอร์และอินเดียถึงประมาณ 1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปอนด์ สาเหตุหลักไม่ได้มาจากเพียงแค่ความผันผวนของค่าเงิน แต่เกิดจากต้นทุนแฝงจากโรคกุ้ง ที่รุมเร้าเกษตรกรไทยมายาวนาน ขณะที่คู่แข่งอย่างเอกวาดอร์มีประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและได้รับความเสียหายจากโรคน้อยกว่า "เกษตรกรไทยกลับยังติดกับดักของ 4 โรคหลัก ได้แก่ ตัวแดงดวงขาว, ขี้ขาว, EMS และหัวเหลือง โรคเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการรอดและประสิทธิภาพการผลิต ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของไทยพุ่งสูงจนไม่สามารถทำราคาแข่งกับตลาดโลกได้ ส่งผลให้ผู้ซื้อรายใหญ่ที่เคยอยู่กับไทยมานานกว่า 30 ปี เริ่มเปลี่ยนทิศทางไปหาซัพพลายเออร์จากเอกวาดอร์ อินเดียและเวียดนามแทน"

 

ก่อนหน้านี้สมาคมผลักดันข้อเสนอมาตรการแก้ปัญหากุ้ง 11 ด้าน เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่ง เป็นข้อเสนอที่ได้มีการหารือร่วมกันทุกภาคส่วนว่าสามารถแก้ปัญหาโครงสร้างอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบได้โดยมาตรการนี้จะใช้งบประมาณเพียง 5,500 ล้านบาท ดูแลอุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งแผนการปรับโครงสร้างนี้ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาพ่อแม่พันธุ์และลูกพันธุ์ที่มีคุณภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในบ่อเลี้ยง การวางระบบป้องกันโรคที่เข้มงวด และการบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน "การลงทุน 5,500 ล้านบาทนี้ไม่ใช่การตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แต่เป็นการลงทุนเพื่อดึงรายได้จากการส่งออกที่เคยทำได้สูงถึงปีละกว่า 100,000 ล้านบาทให้กลับคืนมา โดยปัจจุบันรายได้ส่วนนี้หายไปกว่าปีละ 60,000 ล้านบาท หากรัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆ ความเสียหายสะสมจะยิ่งทวีคูณมากขึ้น ซึ่งในรอบ 12-13 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกุ้งไทยสูญเสียรายได้ไปแล้วกว่า 700,000 ล้านบาท" 

 

การฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งไม่เพียงแต่จะช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในกว่า 30 จังหวัดเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระจายรายได้ไปยังภาคส่วนอื่น ๆ เช่น เกษตรกรผู้ปลูกพืช ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์  เป็นการเปลี่ยนสินค้าเกษตรราคาถูกให้กลายเป็นเนื้อกุ้งที่มีมูลค่าสูงเพื่อการส่งออก นายเอกพจน์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดที่มียังพอมีโอกาสในช่วงครึ่งปีหลัง คือ จีนและสหภาพยุโรปท่ามกลางความมืดมนในตลาดสหรัฐฯ ยังมีแสงสว่างจากตลาดจีนและสหภาพยุโรปที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ตลาดจีน เป็นตลาดเดียวที่ยังคงมีการเติบโตสวนทางกับตลาดอื่น กุ้งไทยเป็นที่ต้องการอย่างมากในจีนเนื่องจากมีคุณลักษณะ ตัวใหญ่ รสชาติอร่อย สีสวย และปลอดภัย ตลาดจีนยังมีช่องว่างทางการตลาดขนาดใหญ่ในมณฑลชั้นในและใจกลางประเทศจีนที่การบริโภคกุ้งยังไม่ทั่วถึงหากกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนจับมือกันบุกตลาดผ่านงานแสดงสินค้าซีฟู้ดระดับโลกและเจาะตลาดมณฑลใหม่ ๆ จีนจะกลายเป็นตลาดหลักที่มาทดแทนรายได้ที่หายไปจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้อย่างแน่นอน 

 

ขณะเดียวกันสหภาพยุโรป (EU) มี ความหวังจาก การเจรจา FTAไทย-สหภาพยุโรป ที่ใกล้ได้ข้อยุติ ตลาด EU เคยเป็นตลาดเก่าแก่และยิ่งใหญ่ของไทย โดยในอดีตไทยเคยส่งออกกุ้งไปได้สูงถึง 60,000 ตันต่อปี แต่หลังจากการถูกตัดสิทธิ GSP และต้องเผชิญกับภาษีที่สูงถึง 14-21% ทำให้ไทยสูญเสียตลาดนี้ให้แก่เวียดนามที่มีความได้เปรียบเรื่อง FTA ไปเกือบทั้งหมด  ความหวังเดียวในขณะนี้คือการเร่งเจรจา FTA ให้บรรลุผลสำเร็จภายในปีนี้ ซึ่งหากทำได้สำเร็จ กุ้งไทยจะกลับมามีขีดความสามารถในการแข่งขันอีกครั้งในทันที พร้อมกันนี้ยากให้มีการแก้ปัญหาการปิดด่านส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ซึ่งกระทบต่อเกษตรกรในภาคใต้ตอนล่าง (ปัตตานี นราธิวาส สตูล นครศรีธรรมราช) อย่างหนัก ปัญหานี้ทำให้เกิดภาวะกุ้งล้นตลาดและราคาตกต่ำเนื่องจากไม่สามารถระบายสินค้าได้ ซึ่งจะต้องรอผลสรุปการเจรจาในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ เพื่อพลิกฟื้นตลาดส่งออกครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ทางสมาคมฯ จึงฝากความหวังไว้ที่รัฐบาลในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เช่น โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเคยช่วยให้ตลาดกุ้งในประเทศคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในอดีต การกระตุ้นให้คนไทยช่วยกันบริโภคกุ้งเพิ่มขึ้นจะช่วยลดความกดดันจากออเดอร์ต่างประเทศที่หดตัว และช่วยประคองให้เกษตรกรสามารถก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยและผลกระทบจากสงครามโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง