หุ้นวันนี้ดาวโจนส์ 10 ตุลาคม 2569 ปิดบวก 51 จุดกังวลน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นนิวยอร์กวันนี้ ดาวโจนส์ปิดบวก 0.83%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์หน้า รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อที่อาจมีผลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
- ดาวโจนส์ (Dow Jones) ปิดที่ 51,654.95 จุด เพิ่มขึ้น 423.31 จุด หรือ 0.83%
- S&P 500 ปิดที่ 7,811.54 จุด เพิ่มขึ้น 46.18 จุด หรือ 0.59%
- Nasdaq ปิดที่ 27,366.17 จุด เพิ่มขึ้น 172.83 จุด หรือ 0.64%
ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตัวปรับตัวขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าตลาดยังคงผันผวนตามความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่าน รวมถึงข่าวจากทำเนียบขาวและฝ่ายต่าง ๆ ในตะวันออกกลางที่มีเนื้อหาขัดแย้งกัน ทำให้การฟื้นตัวของตลาดยังไม่แข็งแกร่งมากนัก
ราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ นักลงทุนจับตาความเสี่ยง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในช่วงแรก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพื่อยุติสงครามมีความคืบหน้าอย่างมีประสิทธิผล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent สำหรับส่งมอบเดือนใกล้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.4%
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี ซึ่งทำไว้เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา
จับตาผลประกอบการแบงก์ใหญ่สหรัฐฯ สัปดาห์หน้า
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนติดตามในสัปดาห์หน้าคือการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ของธนาคารรายใหญ่ในสหรัฐฯ ได้แก่ Wells Fargo, Goldman Sachs, Citigroup, JPMorgan Chase, Bank of America และ Morgan Stanley ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินผลการดำเนินงานของภาคการเงินและทิศทางเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จะมีกำไรรวมในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มพลังงานคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 123% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 66.5%
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวแย่ลงในเดือนตุลาคม โดยดัชนีคาดการณ์ในระยะใกล้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคมีสัดส่วนประมาณ 70% ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
หุ้น AI หนุนตลาด ขณะที่หุ้นโทรคมนาคมร่วงแรง
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยกองทุน Roundhill Magnificent Seven ETF เพิ่มขึ้น 1% ขณะที่หุ้นกลุ่มชิปยังเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของตลาดในปีนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นเป็นแนวโน้มระยะยาวหลายทศวรรษ และยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มโทรคมนาคมเผชิญแรงขาย หลัง SpaceX บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อพอร์ตโฟลิโอคลื่นความถี่ต่ำที่ครอบคลุมทั่วสหรัฐฯ ซึ่งอาจเพิ่มการแข่งขันในตลาดเครือข่ายไร้สาย ส่งผลให้หุ้น T-Mobile, AT&T และ Verizon ปรับตัวลดลงระหว่าง 8.8% ถึง 13.3%
ขณะที่หุ้น Humana พุ่งขึ้น 11.6% หลังข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า สมาชิก 95% ของแผนประกันสุขภาพ Medicare Advantage ของบริษัทได้รับการจัดอันดับ 4 ดาวขึ้นไปสำหรับปี 2570
ส่วนหุ้น Apple ลดลง 1.1% หลังมีรายงานว่าบริษัทขอให้ซัพพลายเออร์บางรายลดการผลิตชิ้นส่วนสำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max รุ่นใหม่ เนื่องจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้น และความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นราคาสินค้า อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อของผู้บริโภค
สำหรับหุ้นทั้ง 11 กลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500 มีเพียงกลุ่มบริการสื่อสารที่ปรับตัวลดลงเมื่อวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นว่าการปรับขึ้นของตลาดในวันดังกล่าวเกิดขึ้นในวงกว้าง แม้บางกลุ่มอุตสาหกรรมยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเฉพาะตัว
ทั้งนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ข้อมูลเงินเฟ้อ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้อาจกำหนดทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ และความคาดหวังต่อนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในระยะต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
