"บิทคอยน์" 1 ล้านดอลลาร์ มีโอกาสเกิดขึ้นแค่ไหน ? กับ Supply สุดท้ายไม่ถึงล้านเหรียญ

ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกลางที่ยังคงยืดเยื้อ คลุมเครือ และยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ นับเป็นช่วงเวลาที่ส่งผลกระบต่อภาพรวมการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกให้เกิดความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ราคาเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตามปัจจัยที่ยังไม่นิ่ง
อีกหนึ่งสินทรัพย์ลงทุนที่อาจจะถูกพูดถึงไม่มากนักในช่วงนี้ เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อย่างทองคำ น้ำมัน หุ้น รวมถึงสกุลเงินต่าง ๆ นั่นคือสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ "บิทคอยน์" จนมีการออกมาพูกถึงราคาบิทคอยน์อีกครั้ง ถึงความเป็นไปได้ที่จะแตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิทคอยน์
ประเด็นนี้กลับมาเป็นที่น่าสนใจอีกครั้งหลังจาก Samson Mow ซึ่งเป็นนักลงทุนที่มักจะให้การสนับสนุนบิทคอยน์อยู่เสมอ และยังเป็น CEO ของ Jan3 บริษัทเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้งานบิทคอยน์ หรือ Bitcoin Adoption และสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับ Layer 2 เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานบิทคอยน์ทั่วโลก
โดยเขาได้คาดการณ์ว่าปรากฎการณ์ "Omega candle" หรือการเกิดแท่งเขียวขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญญาณของแรงซื้อทที่รุนแรง จนสามารถกระชากราคาให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ และราคาของบิทคอยน์จะวิ่งไปแตะ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิทคอยน์ได้
รวมถึงยังให้ข้อสังเกตว่า ก่อนที่จะเกิดเหตูการณ์ Bitcoin halving ราคาบิทคอยน์มักจะทำจุดสูงสุดใหม่ได้อยู่เสมอ และหลังจากนั้นราคาก็มักจะย่อตัวลงมาเช่นเดียวกับในปัจจุบัน จุดสูงสุดปัจจุบันที่ 126,272 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2025 ไม่ใช่จุดสูงสุดของวัฏจักรบิทคอยน์ และการที่ราคาปรับลงนั้น ไม่ใช่ลักษณะของขาลงที่จะเกิดขึ้นอย่างยาวนาน และที่สำคัญราคาบิทคอยน์ที่ต่ำกว่า 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ นั้นต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น
อีกหนึ่งจุดทที่น่าสนใจอย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันดีคือ บิทคอยน์มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญบิททคอยน์ดท่านั้น และจำนวนบิทคอยน์ที่ยังไม่ถูกขุดในปัจจุบันเหลือไม่ถึง 1 ล้านเหรียญบิทคอยน์แล้ว นั่นหมายความว่าอุปทานของบิทคอยน์ตึงตัวอย่างสมบูรณ์ และอาจจะนำไปสู่ supply shock เมื่อจำนวนเหรียญถูกจำกัดมากยิ่งขึ้น
ในขณะที่องค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งกำลังเก็บสะสมบิททคอยน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันรายใหญ่อย่าง MicroStrategy โดย Michael Saylor ที่ยังคงสะสมบิทคอยน์ในช่วงขาลง เพื่อปรับต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ตให้ต่ำลง รวมถึง Metaplanet ที่ยังซื้อสะสมโดยไม่สนใจปัจจัยด้านราคา
สอดคล้องกับมุมมองการคาดการณ์จากสถาบันใหญ่หลายแห่ง โดย Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Bitwise กล่าวว่า Bitcoin อาจแตะ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้ประมาณ 17% ของสินทรัพย์ที่เป็น store of value ภายในสิบปีข้างหน้า ที่มีสินทรัพย์หลักอย่าง "ทองคำ" ซึ่งตลาด store of value นั้น มีมูลค่ารวม 121 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่ถ้าวิเคราะห์ลงไปให้ลึกขึ้นถึงความเป็นไปได้ที่ราคาบิททคอยน์จะวิ่งไปแตะ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั้นจะมีโอกาสแค่ไหน สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดคือ ภาพของบิทคอยน์ที่จะต้องพลิกสู่ Bull Run รอบใหญ่ ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยหลัง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
เงินทุนสถาบันจะต้องไหลเข้าบิทคอยน์อย่างมหาศาล ผ่านทุกช่องทางอย่างพร้อมเพรียงกันทั้ง ETF, Pension และ Sovereign funds รวมถึงบิทคอยน์ต้องถูกยอมรับให้เป็น “Digital Gold” อย่างกว้างขวาง และจริงจัง เมื่อเกิดวิกฤตเงินเฟ้อครั้งใหญ่ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเสื่อมค่าลงรุนแรง
ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นจริง เมื่อเทียบราคาบิทคอยน์ที่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับจำนวนบิทคอยน์ที่มีอยู่ในปัจจุบันราว 20.02 ล้านเรียญบิทคอยน์ Market cap ของบิทคอยน์ก็จะขยับไปอยู่ที่ 20 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะใกล้เคียงกับทองคำในปัจจุบัน
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าถ้าเกิดปัจจัยด้านเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ราคาทองคำก็อาจจะขยับขึ้นไปอีก ทำให้ Market cap ฉีกหนีบิทคอยน์ไปได้อีกอยู่ดี และที่สำคัญสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นอีกครั้งคือ การทำจุดสูงสุดใหม่ให้ได้ก่อน Bitcoin Halving ในปี 2028 ซึ่งนั่นหมายความว่าราคาบิทคอยน์ จะต้องฟื้นกลับมายืนเหนือ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐให้ได้โดยเร็วที่สุด
แต่ความเร็วที่ว่านั้น จะเกิดขึ้นเองไม่ได้ ต้องอาศัยหลายปัจจัยมาสนับสนุน โดยเฉพาะตัวเร่งหลักอย่าง Institutional Adoption ที่เงินจะต้องไหลเข้าสถาบัน และ ETF สร้างการเปลี่ยนแปลงของ asset allocation ทั่วโลกเข้าสู่บิทคอยน์ในระดับที่มากกว่า 5%
Halving Cycle ทุก 4 ปี จะต้องสร้างปรากฎการณ์ให้ได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะ supply ใหม่จะลดลง สวนความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในรอบสำคัญ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2028 ว่าบิทคอยน์ยังมีเสน่ห์เมื่อมีการ Halving เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่ซ้ำรอยอดีต อาจจะต้องยอมรับว่าบิทคอยน์เปลี่ยนไปจากเดิมแล้วจริง ๆ
ตัวเลข 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาจจะดูสูงเกินความเป็นจริง แต่ในทางททฤษฎีก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ปัจจัยต่าง ๆ จะเกิดขึ้นพร้อมกันได้หรือไม่ ทุกคนจะมองเห็นความโดดเด่นของบิทคอยน์แค่ไหน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าบิทคอยน์จะไปไกลเหมือนที่ใครหลาย ๆ คนคิดหรือไม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
