“ไทยช่วยไทยพลัส” ยังไม่เข้าครม. รอไฟเขียวบอร์ดเศรษฐกิจ

รัฐบาลเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พิจารณา 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณปี 2569 และการออกพระราชกำหนดกู้เงิน เพื่อรองรับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่มาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งรวมโครงการคนละครึ่งพลัสและการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ยังไม่ถูกบรรจุเข้าสู่วาระ ครม. ในรอบนี้ เนื่องจากต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจก่อน
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม. เห็นชอบทั้ง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และ พ.ร.ก.กู้เงินควบคู่กัน โดยขณะนี้วงเงินโอนงบยังอยู่ระหว่างการยืนยันตัวเลข หากไม่เพียงพอจะใช้กลไกเงินกู้เข้ามาเสริม ซึ่งกรอบวงเงินกู้ยังพิจารณาระหว่าง 400,000 - 500,000 ล้านบาท ตามความเหมาะสม
รายงานระบุว่า ภายหลัง ครม. อนุมัติการกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะในวันที่ 7 พฤษภาคม เพื่อปรับแผนบริหารหนี้ปีงบประมาณ 2569 โดยจะทยอยบรรจุวงเงินกู้ตามความจำเป็น ไม่ใส่เต็มกรอบในคราวเดียว เพื่อควบคุมสัดส่วนหนี้สาธารณะไม่ให้เกินเพดานร้อยละ 70 ของ GDP
สำหรับกรอบเงินกู้ 400,000 ล้านบาท รัฐบาลวางแผนแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 200,000 ล้านบาท สำหรับเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และอีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยในระยะแรกจะเน้นการเยียวยาประชาชนเป็นสำคัญ
ในส่วนของมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือเยียวยาหลัก มีการปรับเงื่อนไขใหม่ โดยกำหนดผู้มีสิทธิอายุ 18 ปีขึ้นไป จากเดิม 16 ปี เนื่องจากมุ่งเป้าช่วยเหลือประชาชนวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีแผนแจกเงินสนับสนุนคนละ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน
ขั้นตอนต่อไป มาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะถูกเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจพิจารณาในวันที่ 11 พฤษภาคม ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 12 พฤษภาคม หากได้รับความเห็นชอบ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนภายในเดือนพฤษภาคม และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
