มูลนิธิพลตำรวจเอก อดุลย์ บริจาคเงินและสิ่งของให้ชาวนครพนมสู้โควิด – 19

มูลนิธิพลตำรวจเอก อดุลย์ บริจาคเงินและสิ่งของให้ชาวนครพนมสู้โควิด – 19
77ข่าวเด็ด
24 เมษายน 2563 ( 11:50 )
58
มูลนิธิพลตำรวจเอก อดุลย์ บริจาคเงินและสิ่งของให้ชาวนครพนมสู้โควิด – 19

นครพนม – มูลนิธิพลตำรวจเอก อดุลย์ ร่วมกับคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาและภาคเอกชน บริจาคเงินและสิ่งของให้ชาวนครพนมสู้โควิด – 19

วันที่ 24 เมษายน 2563 ที่จังหวัดนครพนม มูลนิธิพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ร่วมกับคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนบน) บริษัท ห้างร้าน ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินและสิ่งของให้กับจังหวัดนครพนม เพื่อต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 มูลค่ารวม 1,300,000 บาท โดยมีนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่ารราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนชุมชนต่าง ๆ เป็นตัวแทนรับมอบเพื่อนำไปส่งต่อยังข้าราชการในหน่วยงาน และประชาชนในพื้นที่

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาก็ขอชื่นชมท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมและส่วนราชการต่างๆที่ได้บูรณาการทำงานร่วมกันอย่างครบถ้วนทุกหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านความมั่นคง ด้านกฎหมาย และภาคประชาชน ได้มีการใช้มาตรการตามลำดับขั้นตอนในการยับยั้งป้องกันโรคได้เป็นอย่างดี โดยจังหวัดนครพนมีผู้ป่วยติดเชื้อมาจากที่อื่น 2 ราย ซึ่งก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างดีมาก ทำให้ไม่มีการแพร่กระจายของโรคเกิดขึ้นในพื้นที่ และในวันนี้ได้รวบรวมสิ่งของต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย 15,950 ชิ้น น้ำดื่ม 14,118 ขวด ไข่ไก่ 10,000 ฟอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1,080 ถ้วย เครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ กว่า 20,000 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 700,000 บาท และเงินสดอีก จำนวน 600,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,300,000 บาท มามอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมและตัวแทนส่วนราชการ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และชุมชนต่าง ๆ เพื่อนำไปส่งต่อยังประชาชนในพื้นที่ให้ได้ใช้ต่อไป โดยสิ่งของที่นำมามอบนี้มาจากหลายภาคส่วนที่ได้รับขอบริจาคมา เพื่อเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้ต่อสู้ต่อไป ทั้งนี้ก็ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคน ตอนนี้เรามาถูกทางแล้ว รัฐบาลได้มีการขับเคลื่อนในเชิงบูรณาการต่าง ๆ ทำให้สถานการณ์โดยภาพรวมประเทศของเรา มีอัตราการพบเชื้อลดน้อยลงทุกที ก็ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลและจังหวัดต่อไป ซึ่งเหมือนจะมีความเข้มงวด แต่นั้นเพราะอยากทำให้ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็วและสามารถฟื้นฟูได้เร็วเช่นเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง