อนุทินแจงเหตุผลไม่เข้าโคแวกซ์ ฟุ้งซื้อตรงได้วัคซีนแล้ว 27 ล้านโดส ไม่ได้ตัดสินใจพลาด

อนุทินแจงเหตุผลไม่เข้าโคแวกซ์ ฟุ้งซื้อตรงได้วัคซีนแล้ว 27 ล้านโดส ไม่ได้ตัดสินใจพลาด
ข่าวสด
25 กรกฎาคม 2564 ( 15:15 )
8
อนุทินแจงเหตุผลไม่เข้าโคแวกซ์ ฟุ้งซื้อตรงได้วัคซีนแล้ว 27 ล้านโดส ไม่ได้ตัดสินใจพลาด

 

อนุทินแจงเหตุผลไม่เข้าโคแวกซ์ พราะต้องวางเงินจอง ไม่รู้จะได้กี่โดสและได้เมื่อไร ฟุ้งซื้อตรงได้วัคซีนแล้ว 27 ล้านโดส ไม่ได้ตัดสินใจพลาด

 

 

จากกรณีการเปิดเผยตัวเลขจัดส่งวัคซีนภายใต้โครงการโคแวกซ์ (COVAX) ปี 2564 พบว่าอินโดนีเซีย ได้รับมากที่สุดในเอเชีย สะสมที่ 14.5 ล้านโดส เป็นวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า

 

 

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า เห็นข้อมูลที่สื่อต่างๆ นำเสนอแล้ว ซึ่งค่อนข้างตรงกับข้อมูลที่ สธ. และสถาบันวัคซีนแห่งชาตินำเสนอต่อประชาชน อย่างที่ตนได้รับรายงานว่า ข้อมูลวันที่ 22 ก.ค. โคแวกซ์ส่งมอบวัคซีนไปแล้ว 136 ล้านโดส ใน 136 ประเทศ เฉลี่ยแล้วประเทศละ 1 ล้านโดส เมื่อมีข้อมูลจากสำนักข่าวออกมาล่าสุด เช่น อินโดนีเซียได้รับสูงสุด 14 ล้านโดส เมื่อดูจำนวนของประเทศอื่นๆ ก็จะได้น้อยกว่า 1 ล้านโดส อย่างฟิลิปปินส์ ส่งมอบแล้ว 8 ล้านโดส มาเลเซีย 8 แสนโดส

 

 

นายอนุทิน กล่าวว่า หากมองในมุมของประเทศไทยที่มีการซื้อวัคซีนตรงกับบริษัทผู้ผลิตที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่ ก.ย.63 ทำให้ตั้งแต่ ก.พ.64 - สิ้น ก.ค.64 ไทยเรามีวัคซีนรวมสะสมทั้งสิ้นประมาณ 27 ล้านโดส แบ่งเป็นแอสตร้าเซนเนก้าราว 12 ล้านโดส และซิโนแวคอีก 15 ล้านโดส และยังมีส่วนที่ได้รับการบริจาคราว 3.5 ล้านโดสเป็นแอสตร้าฯ 1 ล้านโดสที่ได้รับจากญี่ปุ่น ซิโนแวค 1 ล้านโดสจากจีน และไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสที่จะเข้ามาปลาย ก.ค.นี้

 

 

“เหตุผลต่างๆ จะดูเฉพาะจุดไม่ได้ เช่น เหตุผลว่าทำไมไทยไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ตั้งแต่ต้น เพราะเราต้องนำเงินไปวางเพื่อจองวัคซีนที่ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไรหรือจะได้กี่โดส อาจจะส่งผลกระทบกับแผนการจัดหาวัคซีนหลักประเทศที่เราจะต้องนำเงินไปวางเพื่อสั่งซื้อเช่นกัน เราจึงต้องล็อกเป้าในการจัดหาวัคซีนหลักให้ประเทศด้วยการซื้อตรงกับผู้ผลิต และเราไม่ได้หวังว่าวัคซีนจากโคแวกซ์จะเป็นแผนหลักของเรา แต่ที่สำคัญคือเราต้องดิ้นรนหาวัคซีนมาให้ได้ในปริมาณมากที่สุด จึงต้องติดต่อโดยตรงกับผู้ผลิตแต่ละเจ้า” นายอนุทิน กล่าว

 

 

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไทยจะเข้าร่วมโคแวกซ์ในปี 2565 ที่มีคนวิจารณ์ว่ารู้สึกตัวช้าหรือตัดสินใจพลาดนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มีข้อมูลประจักษ์แล้วว่า แม้แต่บางประเทศที่มีการจองจำนวนมากหรือมีจำนวนประชากรมหาศาล ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีนจำนวนมาก หากไทยจองด้วยก็ไม่ได้ยืนยันว่าเราจะได้มาก อาจจะได้รับ 1-2 ล้านโดส แต่อย่างที่เห็นแล้วว่า แผนจัดหาวัคซีนหลักของเราหาได้ถึง 27 ล้านโดสแล้ว ทั้งนี้ วัคซีนยังเป็นสินค้าที่ทุกประเทศต้องการ เราต้องอยู่กับโควิดอีกระยะหนึ่ง ยิ่งมีสายพันธุ์ใหม่ เรายิ่งต้องติดต่อตรงกับผู้ผลิตเพื่อให้ได้วัคซีนรุ่นใหม่ที่เขาสามารถจัดสรรให้เราได้โดยตรง

 

 

“เราไม่ได้รู้สึกตัวช้า เราติดต่อกับโคแวกซ์มาอย่างต่อเนื่อง มีคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ และทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อระหว่างกันอยู่ ไม่ใช่ว่าผิดพลาด เพราะเราตัดสินใจไม่จองวัคซีนโคแวกซ์ และที่เราจะพิจารณาเข้าร่วมในปีหน้า เพราะสถานการณ์เปลี่ยน เราวิเคราะห์ตามสถานการณ์จริง โดยการที่ผู้ผลิตได้ส่งมอบวัคซีนให้แก่ประเทศรายได้สูงที่จองไว้จนเกินพอในปีนี้ และเริ่มมีการบริจาคออกมา เราก็ดูสถานการณ์ปี 2565 วิเคราะห์แล้วว่า หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตวัคซีนส่งวัคซีนให้กับประเทศรายได้สูงจนเกินพอ ต่อไปก็คาดว่าจะมีวัคซีนเข้ามาในโคแวกซ์เพื่อจัดสรรให้แต่ละประเทศได้มากขึ้น” นายอนุทิน กล่าว

 

 

เมื่อถามถึงกระแสลงพื้นที่รับส่งผู้ป่วยโควิด มีการวิจารณ์ว่าสร้างภาพ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนอยู่ในหน้าที่ตรงนี้ ถ้าทำอะไรแล้วมีคนวิจารณ์ก็รับฟังทุกเรื่อง อะไรที่มีประโยชน์ก็รับมาปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม เอาเวลาที่นั่งคิดว่าใครวิจารณ์ยังไง ไปทำอย่างอื่น เดินหน้าแก้ปัญหา ไปรับผู้ป่วยออกจากบ้านคงจะมีประโยชน์มากกว่า ทำด้วยความสำนึกในหน้าที่ ไม่ต้องสร้างภาพมันก็ปรากฎออกมาเอง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง