หมอเฉลิมชัย แนะเปิดประเทศ 15 ธ.ค.64 เหมาะสมทั้งเศรษฐกิจ-สาธารณสุข

หมอเฉลิมชัย แนะเปิดประเทศ 15 ธ.ค.64 เหมาะสมทั้งเศรษฐกิจ-สาธารณสุข
TNN ช่อง16
19 ตุลาคม 2564 ( 16:34 )
23
หมอเฉลิมชัย แนะเปิดประเทศ 15 ธ.ค.64 เหมาะสมทั้งเศรษฐกิจ-สาธารณสุข

วันนี้ (19 ต.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ หรือ หมอเฉลิมชัย รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ Blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" ระบุถึงเรื่องการเปิดประเทศไทย 15 ธันวาคม 2564 น่าจะมีความเหมาะสมที่สุด สมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสาธารณสุข โดยมีรายละเอียดระบุว่า ทุกประเทศทั่วโลก ต่างประสบปัญหาเรื่องโควิดในทำนองเดียวกันคือ

1) ถ้าจะคุมการระบาดให้ดี จนประชาชนมีความสบายใจ จะต้องใช้มาตรการที่เข้มงวด แต่จะกระทบมิติทางเศรษฐกิจและสังคมค่อนข้างมาก

2) ถ้าจะเน้นมิติทางเศรษฐกิจและสังคม ผ่อนคลายให้มีการทำมาหากิน การใช้ชีวิตเป็นไปได้โดยสะดวก ก็จะกระทบมิติสาธารณสุขคือการระบาดของโรค

ทุกประเทศจึงต้องหาจุดสมดุลหรือจุดที่เหมาะสมให้มากที่สุด ซึ่งย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบริบทของแต่ละประเทศ และประชาชนในแต่ละประเทศ ก็มักจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันไป แม้เป็นข้อมูล หรือสถิติชุดเดียวกันก็ตาม

ในระดับโลก พบ ความแตกต่างอย่างมาก ของแต่ละประเทศที่รับมือกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด ประเทศจีนและนิวซีแลนด์ เน้นการคุมการระบาดเข้มงวดมาก ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เน้นการผ่อนคลายทางสาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม การหาจุดสมดุลระหว่างมิติทั้งสอง ก็จะมีปัจจัยที่สำคัญบางประการ ที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้คือ การครอบคลุมของประชาชนที่ได้รับวัคซีนครบสองเข็ม จำนวนอย่างน้อย 70% ร่วมไปกับวินัยในการป้องกันตนเอง เช่น การใส่หน้ากาก เพื่อที่เมื่อผ่อนคลายเปิดประเทศ หรือเปิดกิจการต่างๆแล้ว โอกาสติดเชื้อจะได้ไม่มากนัก ติดเชื้อแล้วจะได้ป่วยไม่หนัก และจำนวนผู้เสียชีวิตไม่มาก

เราจึงต้องมาดูว่า ประเทศไทยนั้น ถ้าจะใช้หลักฉีดวัคซีนครบสองเข็ม 70% จะเป็นช่วงเวลาไหน และหลังจากนั้นก็พิจารณาเปิดประเทศด้วยความระมัดระวัง

วันที่ 15 ตุลาคม 2564 ประเทศไทยฉีดวัคซีนไปแล้ว 63.614 ล้านโดส

เข็มที่หนึ่ง 55.5% (36.72 ล้านโดส)

เข็มที่สอง 37.8% (25.01 ล้านโดส)

เข็มที่สาม 2.8% (1.88 ล้านโดส)

โดยไทยฉีดวัคซีนได้เป็นอันดับที่ 5 ของอาเซียน แต่ถ้าคิดเฉพาะประเทศที่มีประชากรมาก ไทยฉีดได้เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากมาเลเซีย แต่มากกว่าอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และพม่า

ถ้าต้องการเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ก็คือ 50 ล้านคน หรือ 100 ล้านโดส เราจะต้องเร่งฉีดวัคซีนอีก 36.386 ล้านโดส ในขณะที่เดือนตุลาคมนี้ไทยฉีดวัคซีนได้เฉลี่ยวันละ 800,000 โดส ดังนั้นเราจะต้องใช้เวลาฉีดอีก 45 วัน นั่นคือจะฉีดครบเข็มสองในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าภูมิคุ้มกันจะขึ้นได้ดี ก็จะนับ 14 วันหลังจากฉีดครบเข็มสอง ก็จะตกวันที่ 15 ธันวาคม 2564

จึงทำให้พอจะเห็นได้ว่า การเปิดประเทศหรือผ่อนคลายให้เกิดความสมดุลระหว่างมิติทางเศรษฐกิจและสังคม กับมิติทางสาธารณสุข โดยยึดระดับความมั่นใจของวัคซีนเข็มสอง 70% ก็น่าจะเปิดประเทศในกลางเดือนธันวาคมคือ 15 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป โดยที่ประชาชนในแต่ละประเทศ ย่อมมีความเห็นแตกต่างกันในการเปิดประเทศเพื่อผ่อนคลายวิกฤตเศรษฐกิจในสถานการณ์โควิด เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบทางลบอย่างมาก จากมาตรการควบคุมโรคระบาด ย่อมอยากให้ผ่อนคลายโดยเร็ว ส่วนกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า ก็อยากได้ความมั่นใจในการควบคุมโรคระบาดให้ดีขึ้นเสียก่อน 

ขณะนี้มีการทำโพลโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พบว่าประชาชนเห็นด้วยกับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 จำนวน 40% และมีประชาชนยังไม่เห็นด้วย 60%

แต่ทั้งนี้การตัดสินใจเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ก็มีเหตุมีผลที่รองรับการตัดสินใจพอสมควร จึงมีประชาชนเห็นด้วย 40% และมาตรการที่รัฐเยียวยาประคับประคองผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง ได้ผลดีในระดับหนึ่ง จึงทำให้มีผู้ที่ยังไม่อยากให้เปิดประเทศ มากถึง 60%

ข้อมูลจาก ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ภาพจาก TNN ONLINE

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง