"ธนาธร"ชูธงคณะก้าวหน้าเลือกตั้งท้องถิ่น 4พันแห่ง อบต.ถึงอบจ. ภายใต้แคมเปญเดียวกัน

"ธนาธร"ชูธงคณะก้าวหน้าเลือกตั้งท้องถิ่น 4พันแห่ง อบต.ถึงอบจ. ภายใต้แคมเปญเดียวกัน
มติชน
5 กรกฎาคม 2563 ( 09:38 )
69
"ธนาธร"ชูธงคณะก้าวหน้าเลือกตั้งท้องถิ่น 4พันแห่ง อบต.ถึงอบจ. ภายใต้แคมเปญเดียวกัน

 

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ติวเข้มว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกอบจ.ทั่วประเทศ เบื้องต้นส่งสู้ 18 จังหวัด งานเลือกตั้งท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยมีประมาณ 7,000 แห่ง นี่เป็นครั้งแรก เราไม่สามารถส่งครบทั้ง 7,000 กว่าแห่งทั่วประเทศได้ ดังนั้น ครั้งนี้เรามองเป้าอยู่ที่ประมาณ 4,000 แห่ง อย่างไรก็ตาม นี่คือการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรก อย่างน้อย 6-7 ปี บางทีเป็น 10 ปีแล้วที่ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น ทุกคนโหยหาความเปลี่ยนแปลง ทุกคนต้องการเห็นสิ่งใหม่ ดังนั้น โอกาสนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดจะได้มีโอกาสเสนอคนใหม่ เสนอนโยบายใหม่ และเสนอรูปแบบการทำงานใหม่ เพราะไม่มีการเลือกตั้งมาแล้ว 6 ปี

 

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งท้องถิ่นสำคัญ เพราะนอกจากเป็นการเลือกครั้งแรกในอย่างน้อย 6 ปีแล้ว ยังเป็นการต่อสู้กับเผด็จการ เพราะเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจในเดือนพฤษภาคม ปี 2557 ได้ดึงอำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลับเข้ามาอยู่ในส่วนกลางให้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นการให้ทหารเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการปลดผู้บริหารปัจจุบันออก การแต่งตั้งข้าราชการให้มาเป็นตัวแทนการคัดสรรผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พูดง่ายๆคือ คณะครองอำนาจมาจากการทำรัฐประหารไม่ต้องการให้เป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องการเห็นการเมืองท้องถิ่นยึดโยงกับประชาชนติบโต พวกเขาจึงใช้กลไกที่มีอยู่กดทับ

 

“เรากำลังจะส่งผู้สมัครลงนายกฯองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น 4,000 แห่งภายใต้ชื่อเดียวกัน แคมเปญเดียวกัน กรอบคิด นโยบาย อุดมการณ์แบบเดียวกัน นี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และเราเชื่อว่า การทำแบบนี้จะทำให้เกิดการตื่นตัวของประชาชนให้เห็นความสำคัญของการเมืองท้องถิ่น และถ้าการเมืองท้องถิ่นมันดี มันมีคุณภาพ เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้โดยไม่ต้องพึ่งการเมืองระดับชาติ เราอยากเห็นการเมืองท้องถิ่นที่ยึดโยงกับประชาชนแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นการเมืองท้องถิ่นครั้งนี้คือการเดิมพันของประเทศ เป็นการรวมคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบ้านเกิดด้วยมือของพวกเขาเองมาทำงานด้วยกัน ทำด้วยมือตัวเอง ไม่ต้องรอคนอื่นทำให้”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง