รีเซต

สคร. รื้อระเบียบอัพเพดานตอบแทนซีอีโอ

สคร. รื้อระเบียบอัพเพดานตอบแทนซีอีโอ
TNN ช่อง16
9 กุมภาพันธ์ 2569 ( 12:26 )

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.มีแนวคิดที่จะแก้ไขระเบียบรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากปัจจุบันระเบียบรัฐวิสาหกิจบางตัวมีความล้าสมัยอย่างมาก 

โดยเฉพาะระเบียบปี 2548 ที่ส่งผลต่อการกำหนดผลตอบแทนของ CEO ซึ่งยังไม่สะท้อนราคาตลาดที่แท้จริง ปัญหานี้ทำให้รัฐวิสาหกิจขาดแรงจูงใจในการดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูงเข้ามาทำงาน เมื่อเทียบกับภาคเอกชน เช่น ธนาคารพาณิชย์ที่ผลตอบแทนรวมโบนัสอาจสูงถึงหลัก 10 ล้านบาทต่อปี

ในขณะที่รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่อย่างเช่น ธนาคารออมสิน ซึ่งมีโครงสร้างซับซ้อนและมีบริษัทในเครือจำนวนมาก เช่น ทิพยประกันภัย หรือ MFC อีกทั้งต้องแบกรับภารกิจเชิงสังคม (CSR) ที่ทำได้ยากกว่าภาคธุรกิจทั่วไป 


กลับมีผลตอบแทนที่น้อยกว่าเอกชนอย่างมาก สคร. มองว่าการเพิ่มงบประมาณด้านค่าตอบแทนเพียงหลักหมื่นเพื่อให้ได้คนเก่งมาดูแลทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านบาท ถือเป็นความคุ้มค่าที่จะช่วยให้ทรัพย์สินของรัฐเกิดประโยชน์สูงสุด

ขณะเดียวกัน สคร. กำลังพิจารณาเรื่อง "กิโยตินกฎหมาย" เพื่อแก้ไขระเบียบที่เป็นอุปสรรคและสร้างภาระเกินจำเป็น ปัจจุบันมีการเร่งปรับปรุง พ.ร.บ. พัฒนาการกำกับดูแลและบริหารแรงงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) โดยจะตัดมาตราที่ไม่เป็นสากลหรือ ล้าสมัยทิ้ง เพื่อให้การทำงานคล่องตัวขึ้น


นอกจากนี้ สคร. ยังมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบผ่าน "ผู้แทนคลัง" ที่เข้าไปนั่งเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจต่างๆ โดยจะมีการใช้ระบบสนับสนุนและสร้างเครือข่าย AO (Account Officer) ของ สคร. เข้าประกบแบบ 1 ต่อ 1 เพื่อให้ข้อมูลและช่วย กลั่นกรองข้อกฎหมาย

นอกจากนี้ จะมีการนำระบบ Early Warning มาใช้ผ่านการรายงานข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น แทนที่จะรอเพียงงบการเงินราย 3 หรือ 6 เดือน เพื่อให้กระทรวงการคลังรับทราบสถานการณ์เร่งด่วนได้ทันที 

เนื่องจากผู้แทนคลังมักต้องแบกความคาดหวังสูง เช่น การเป็นประธานกรรมการตรวจสอบ หรือการถูกซักถามเรื่องระเบียบพัสดุและนิยามของโครงการ PPP ซึ่งมีความซับซ้อนและกดดันสูง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง