รีเซต

"ผัวเมียรับจ้างกรีดยาง" ขับมอ'ไซค์ข้ามจังหวัดร้องทนายขอให้ช่วยหาเหตุลูกเสียชีวิตหลังผ่าตัดปากแหว่ง

"ผัวเมียรับจ้างกรีดยาง" ขับมอ'ไซค์ข้ามจังหวัดร้องทนายขอให้ช่วยหาเหตุลูกเสียชีวิตหลังผ่าตัดปากแหว่ง
มติชน
24 มิถุนายน 2563 ( 18:14 )
50
"ผัวเมียรับจ้างกรีดยาง" ขับมอ'ไซค์ข้ามจังหวัดร้องทนายขอให้ช่วยหาเหตุลูกเสียชีวิตหลังผ่าตัดปากแหว่ง

ใจสลาย…..ผัวเมียรับจ้างกรีดยางควบจักรยานยนต์ข้ามฝั่งอ่าวไทยร้องทนายใจบุญให้ช่วยหาเหตุหลังลูกชายวัยสามเดือนเข้าผ่าตัดปากแหว่งเสียชีวิตใน รพ.ชื่อดัง

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายสรรเพชร ทิพย์มนเทียน ทนายความชื่อดังในพื้นที่จังหวัดพังงา ว่า มีผู้เสียหายจากการนำลูกชายวัย 3 เดือนเศษ เข้ารักษาที่ รพ.ของรัฐในตัวเมือง จ.นครศรีธรรมราช และเสียชีวิต ต้องการเข้าปรึกษาคดีความ ที่สำนักงานทนายความสรรเพชร หมู่ 3 ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา โดยพบว่ามี นายโชคชัย ชูศรี อายุ 39 ปี อยู่เลขที่ 124 หมู่ 6 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย น.ส.วาสนา วงษ์วานิช อายุ 25 ปี อยู่เลขที่ 21 หมู่ 1 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช สองสามีภรรยา อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ขับขี่จักรยานยนต์ ออกจาก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ข้ามฝั่งอ่าวไทย ฝ่าแดดและฝน เดินทางเข้ามายัง สำนักงานทนายความสรรเพชร หลังจากปรึกษาญาติๆและลงความเห็นว่า ต้องพึ่งพาอาศัยทนายความใจบุญ อาสาให้คำปรึกษาด้านกฎหมายให้แก่ประชาชนคนยากจน พร้อมมอบเงินสดจำนวนหนึ่งให้แก่ นายโชคชัย เพื่อเป็นค่าเดินทางและใช้จ่ายบรรเทาความเดือดร้อนในครั้งนี้

 

ทางทีมทนายความ นำโดย นายสรรเพชร สอบถาม นายโชคชัย น.ส.วาสนา พ่อและแม่ของ ด.ช.วิรัลพัชร ชูศรี อายุ 3.2 เดือน ซึ่งเสียชีวิตที่ ตึกกุมารเวชกรรม 2 รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ในวันที่ 19 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา ทราบว่า ในวันที่ 17 มิ.ย.63 ได้นำลูกชายซึ่งเป็นโรคปากแหว่ง ตั้งแต่คลอดเข้ารับการผ่าตัดรักษาตามแพทย์ของทาง รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช นัด ซึ่งทางแพทย์ของ รพ.ดังกล่าว ได้ตรวจเช็คร่างกายตามขั้นตอนก่อนเข้าห้องผ่าตัดในวันถัดไป ต่อมาวันที่ 18 มิ.ย.63 ลูกน้อยวัย 3 เดือนเศษ เข้าห้องผ่าตัด ก่อนเข้าทางแพทย์แจ้งว่าเด็กน้อยสภาพร่างกายพร้อมไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ได้ให้น้ำเกลือและวางยาสลบตามขั้นตอน จนออกจากห้องผ่าตัดเสร็จสิ้น พบว่า น้องพัชร มีอาการสลึมสลือ ซึ่งไม่ได้เอะใจเนื่องจากคิดว่าเป็นผลข้างเคียงจากยาสลบ โดยทางแพทย์ให้ยากล่อมประสาทและยาพาราชนิดน้ำ เพื่อต้องการให้น้องลดอาการปวดและนอนหลับป้องกันการแตะต้องแผลที่ผ่าตัดบริเวณเหนือริมฝีปาก ซึ่งทางแพทย์มอบหมายให้พยาบาลนำยาดังกล่าวให้น้องทุก 4 ชั่วโมง พร้อมวัดไข้

 

โดย น.ส.วาสนา กล่าวว่า ตนเองและหลานสาววัย 16 ปี นอนเฝ้าข้างเตียงลูกชายภายในตึก กุมารเวชกรรม 2 ซึ่งเป็นห้องรวมสำหรับผู้ป่วยเด็ก ของ รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ในช่วง 02.00 น. ขณะตนเองนอนหลับรู้สึกตัวว่า พยาบาลเข้าวัดไข้ลูกชาย พร้อมแจ้งว่า น้องมีไข้ ให้แม่เช็ดตัว แต่ตนเองรู้สึกเพลียและง่วงมาก จึงได้หลับต่อกระทั่ง 06.00 น. ตนเองรู้สึกตัวเข้าห้องน้ำเช็ดตัวให้ลูกชาย ขณะอยู่ในห้องน้ำชำระล้างผ้าที่เช็ดตัวลูกชาย หลานสาวที่นอนเฝ้าร่วมกับตนเองแจ้งว่า น้องอุจจาระ จึงนำผ้าเข้าเช็ดตัวอีกครั้ง ขณะนั้นพบว่าน้องมีลมหายใจ และหลับด้วยฤทธิ์ยาที่แพทย์สั่งจ่ายให้ ประมาณ 30 นาที ต่อมา ตนเองต้องการป้อนยาตามเวลา จึงสังเกตเห็นว่า น้องไม่มีลมหายใจ รู้สึกตกใจ รีบแจ้งให้ พยาบาลช่วยเหลือเร่งด่วน กระทั่ง ทางพยาบาล แพทย์ เข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการ ทางแพทย์ แจ้งให้ทราบว่า น้องเสียชีวิต ตนเองรู้สึกเสียใจมาก

 

ด้าน นายโชคชัย พ่อของหนูน้อยวัย 3 เดือนเศษที่เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะอยู่ที่บ้านในพื้นที่ อ.ทุ่งใหญ่ รีบเดินทางเข้า รพ. พร้อมญาติๆ ด้วยอาการเสียใจเป็นที่สุด หลังได้รับโทรศัพท์จากภรรยา ว่าลูกชายเสียชีวิต และติดใจว่า ลูกชายตนเองก่อนเข้าทำการผ่าตัด มีอาการปกติ แพทย์ตรวจเช็คสภาพร่างกายก่อนหน้าแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าเสียชีวิตเนื่องจากสาเหตุใด โดย รพ.ได้แจ้งเพียงว่า เด็กขาดอากาศหายใจขณะช่วยชีวิตนานเกิน จากนั้นได้นำศพลูกชายบำเพ็ญกุศลและฝังตามประเพณี ต่อมารับใบมรณะบัตรจาก รพ. ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า หัวใจขาดออกซิเจน 80 นาที ยิ่งทำให้สงสัยสาเหตุที่เกิดขึ้น ทางญาติๆลงความเห็นว่าควรเข้าปรึกษาทนายความด้านกฎหมาย แต่ตนเองไม่มีเงินพอที่จะเข้าปรึกษาทนายความ กระทั่งญาติให้เบอร์โทรศัพท์ ทนายความใจบุญอาสาช่วยเหลือผู้เดือดร้อนและยากจน จึงติดต่อและเดินทางเข้ารับความช่วยเหลือในครั้งนี้

 

ส่วน นายสรรเพชร ทิพย์มนเทียน หัวหน้าสำนักงานทนายความสรรเพชร กล่าวว่า เรื่องนี้พบว่าผู้เสียหายมีความเดือดร้อนยากจน อุตสาหะ ขับขี่จักรยานยนต์ ฝ่าแดดฝ่าฝน จาก นครศรีธรรมราช ข้ามพื้นที่หลายจังหวัดเข้าพื้นที่พังงา เพื่อขอความช่วยเหลือ ตนเองจึงให้คำปรึกษาด้านกฎหมายโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ พร้อมยืนยันช่วยเหลือเต็มความสามารถ เบื้องต้นแนะนำให้ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ตามขั้นตอนกฎหมาย

“สิ่งที่เกิดขึ้นจากการเล่าเหตุการณ์ของผู้เสียหายซึ่งเป็น พ่อและแม่ เป็นที่สงสัยได้ว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กน้อยเสียชีวิตเกิดจากความบกพร่องของทาง รพ. หรือไม่อย่างไร ซึ่งต้องสอบถามข้อเท็จจริง จาก รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ว่าเหตุที่แท้จริงเป็นเช่นใด”นายสรรเพชรกล่าว