รีเซต

ครูยึดโทรศัพท์ไม่คืน ผิดกฎหมายหรือไม่ นักเรียนควรรู้สิทธิ

ครูยึดโทรศัพท์ไม่คืน ผิดกฎหมายหรือไม่ นักเรียนควรรู้สิทธิ
TNN ช่อง16
24 กุมภาพันธ์ 2569 ( 16:29 )
19

โทรศัพท์มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักเรียนยุคใหม่ แต่ในหลายโรงเรียนยังคงมีกฎห้ามใช้มือถือระหว่างเรียน คำถามสำคัญคือ หากครูยึดโทรศัพท์แล้วไม่คืน ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ และนักเรียนควรทำอย่างไร บทความนี้สรุปข้อกฎหมายและสิทธิที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

ครูมีสิทธิยึดโทรศัพท์ได้แค่ไหน

โดยหลัก โรงเรียนสามารถออกระเบียบควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือในเวลาเรียนได้ เช่น ห้ามเปิดใช้ในห้องเรียน หรือยึดชั่วคราวเมื่อฝ่าฝืนกฎ เพื่อรักษาบรรยากาศการเรียนการสอน มาตรการลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องของวินัยภายในสถานศึกษา

อย่างไรก็ตาม การยึดทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหมดคาบเรียน เลิกเรียน หรือถึงเวลาที่กำหนดไว้ตามระเบียบ โรงเรียนต้องคืนโทรศัพท์ให้เจ้าของ หรือส่งคืนผ่านผู้ปกครอง ไม่สามารถยึดถาวรหรือริบเป็นทรัพย์ของโรงเรียนได้ เพราะโทรศัพท์ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของนักเรียนหรือผู้ปกครอง

หากยึดแล้วไม่คืน เข้าข่ายความผิดอะไร

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การ “ไม่คืน” หากครูหรือโรงเรียนยึดโทรศัพท์แล้วปฏิเสธไม่ส่งคืนทั้งที่ถึงกำหนดเวลา อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แม้จุดเริ่มต้นของการยึดจะมาจากการทำผิดระเบียบในโรงเรียน แต่หากภายหลังไม่คืนทรัพย์สินให้เจ้าของ ก็อาจกลายเป็นความผิดทางอาญาได้

ครูมีสิทธิเปิดดูข้อมูลในโทรศัพท์หรือไม่

อีกคำถามที่พบได้บ่อยคือ ครูสามารถเปิดดูแชต รูปภาพ หรือข้อมูลภายในเครื่องได้หรือไม่

โดยหลัก ครูไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่มีอำนาจค้นหรือเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ของนักเรียนโดยพลการ การเปิดดูข้อมูลส่วนตัวต้องอาศัยความยินยอมจากเจ้าของเครื่อง หรือมีคำสั่งศาลในกรณีที่เกี่ยวข้องกับคดีความ

นักเรียนจึงมีสิทธิปฏิเสธ หากไม่มีเหตุผลและอำนาจตามกฎหมายรองรับ

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการกำหนดโทษไว้อย่างไร

ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 กำหนดรูปแบบการลงโทษไว้ 4 ประเภท ได้แก่

1 ว่ากล่าวตักเตือน

2 ทำทัณฑ์บน

3 ตัดคะแนนความประพฤติ

4 ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ไม่มีบทลงโทษที่อนุญาตให้ริบทรัพย์สินของนักเรียนเป็นการถาวร การลงโทษต้องมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขพฤติกรรม ไม่ใช่การยึดทรัพย์หรือใช้อารมณ์ในการลงโทษ

หากเจอสถานการณ์ยึดแล้วไม่คืน ควรทำอย่างไร

  • ในทางปฏิบัติ นักเรียนควรแจ้งผู้ปกครองให้รับทราบก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นควรดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน ได้แก่
  • เก็บหลักฐาน เช่น ระเบียบโรงเรียน หนังสือแจ้ง หรือข้อความที่ระบุว่าจะไม่คืนโทรศัพท์
  • เตรียมหลักฐานความเป็นเจ้าของ เช่น ใบเสร็จ กล่องเครื่อง หรือภาพถ่าย
  • ให้ผู้ปกครองเข้าพูดคุยกับครูหรือผู้บริหารโรงเรียน เพื่อขอรับทรัพย์สินคืนโดยสุจริต

หากยังไม่ได้รับการแก้ไข ผู้ปกครองสามารถปรึกษาหน่วยงานด้านยุติธรรมในพื้นที่ หรือแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์ตามกฎหมาย


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง