ครูยึดโทรศัพท์ไม่คืน ผิดกฎหมายหรือไม่ นักเรียนควรรู้สิทธิ

โทรศัพท์มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักเรียนยุคใหม่ แต่ในหลายโรงเรียนยังคงมีกฎห้ามใช้มือถือระหว่างเรียน คำถามสำคัญคือ หากครูยึดโทรศัพท์แล้วไม่คืน ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ และนักเรียนควรทำอย่างไร บทความนี้สรุปข้อกฎหมายและสิทธิที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
ครูมีสิทธิยึดโทรศัพท์ได้แค่ไหน
โดยหลัก โรงเรียนสามารถออกระเบียบควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือในเวลาเรียนได้ เช่น ห้ามเปิดใช้ในห้องเรียน หรือยึดชั่วคราวเมื่อฝ่าฝืนกฎ เพื่อรักษาบรรยากาศการเรียนการสอน มาตรการลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องของวินัยภายในสถานศึกษา
อย่างไรก็ตาม การยึดทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหมดคาบเรียน เลิกเรียน หรือถึงเวลาที่กำหนดไว้ตามระเบียบ โรงเรียนต้องคืนโทรศัพท์ให้เจ้าของ หรือส่งคืนผ่านผู้ปกครอง ไม่สามารถยึดถาวรหรือริบเป็นทรัพย์ของโรงเรียนได้ เพราะโทรศัพท์ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของนักเรียนหรือผู้ปกครอง
หากยึดแล้วไม่คืน เข้าข่ายความผิดอะไร
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การ “ไม่คืน” หากครูหรือโรงเรียนยึดโทรศัพท์แล้วปฏิเสธไม่ส่งคืนทั้งที่ถึงกำหนดเวลา อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แม้จุดเริ่มต้นของการยึดจะมาจากการทำผิดระเบียบในโรงเรียน แต่หากภายหลังไม่คืนทรัพย์สินให้เจ้าของ ก็อาจกลายเป็นความผิดทางอาญาได้
ครูมีสิทธิเปิดดูข้อมูลในโทรศัพท์หรือไม่
อีกคำถามที่พบได้บ่อยคือ ครูสามารถเปิดดูแชต รูปภาพ หรือข้อมูลภายในเครื่องได้หรือไม่
โดยหลัก ครูไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่มีอำนาจค้นหรือเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ของนักเรียนโดยพลการ การเปิดดูข้อมูลส่วนตัวต้องอาศัยความยินยอมจากเจ้าของเครื่อง หรือมีคำสั่งศาลในกรณีที่เกี่ยวข้องกับคดีความ
นักเรียนจึงมีสิทธิปฏิเสธ หากไม่มีเหตุผลและอำนาจตามกฎหมายรองรับ
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการกำหนดโทษไว้อย่างไร
ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 กำหนดรูปแบบการลงโทษไว้ 4 ประเภท ได้แก่
1 ว่ากล่าวตักเตือน
2 ทำทัณฑ์บน
3 ตัดคะแนนความประพฤติ
4 ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ไม่มีบทลงโทษที่อนุญาตให้ริบทรัพย์สินของนักเรียนเป็นการถาวร การลงโทษต้องมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขพฤติกรรม ไม่ใช่การยึดทรัพย์หรือใช้อารมณ์ในการลงโทษ
หากเจอสถานการณ์ยึดแล้วไม่คืน ควรทำอย่างไร
- ในทางปฏิบัติ นักเรียนควรแจ้งผู้ปกครองให้รับทราบก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นควรดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน ได้แก่
- เก็บหลักฐาน เช่น ระเบียบโรงเรียน หนังสือแจ้ง หรือข้อความที่ระบุว่าจะไม่คืนโทรศัพท์
- เตรียมหลักฐานความเป็นเจ้าของ เช่น ใบเสร็จ กล่องเครื่อง หรือภาพถ่าย
- ให้ผู้ปกครองเข้าพูดคุยกับครูหรือผู้บริหารโรงเรียน เพื่อขอรับทรัพย์สินคืนโดยสุจริต
หากยังไม่ได้รับการแก้ไข ผู้ปกครองสามารถปรึกษาหน่วยงานด้านยุติธรรมในพื้นที่ หรือแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์ตามกฎหมาย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
