รีเซต

“เอกนิติ”ย้ำวิกฤตสงครามซา เตรียมทบทวนตัวเลขจีดีพีใหม่

“เอกนิติ”ย้ำวิกฤตสงครามซา  เตรียมทบทวนตัวเลขจีดีพีใหม่
TNN ช่อง16
15 มิถุนายน 2569 ( 14:07 )
10

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 พบว่าร้านค้าที่เข้าโครงการมียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดความยั่งยืน เนื่องจากได้นำเทคโนโลยีเอไอมาช่วยสอนให้ผู้ประกอบการ ส่วนกรณีวิกฤตเศรษฐกิจการสู้รบในตะวันออกกลาง หรือ วิกฤตทรัมป์ ในครั้งนี้ หากสงครามจบลง 

ส่วนตัวเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกและจีดีพีโลกจะดีขึ้น คาดการณ์ว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นเช่นกัน หลังจากนี้ รัฐบาลจะต้องคอยดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับรายย่อย โดยเฉพาะราคาเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะขณะนี้ได้เห็นตัวเลขภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มสูงขึ้นแล้ว แต่จะต้องติดตามดู และต้องช่วยลดผลกระทบดังกล่าว เพราะราคาของแพง จะส่งผลกระทบไม่เท่ากัน คนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก คือ คนที่อยู่ในฐานราก พ่อค้าแม่ค้า ซึ่งหวังว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในช่วง 3 เดือน จะช่วยลดต้นทุน และวิเคราะห์ยอดขาย พร้อมกับเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน 


ส่วนวิกฤตสงครามเมื่อผ่อนคลายมากขึ้น จะต้องมาทบทวนตัวเลขจีดีพีของประเทศไทยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า อาจจะต้องมีการทบทวนใหม่  แต่ทั้งนี้ไม่อยากให้ทุกคนดีใจหรือตกใจในบางเหตุการณ์ของโลกมากเกินไป เนื่องจากจะเกิดความผันผวนตลอดเวลา บางครั้งเหตุการณ์สงครามสงบ แต่อีกวันก็กลับมารบกันใหม่ ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นปกติ ดังนั้นจะต้องระมัดระวัง และต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา ซึ่งรัฐบาลก็ตั้งใจจะช่วยประชาชน พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ที่ได้รับผลกระทบหนัก ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าผลกระทบจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือเป็นการช่วยในระดับฐานราก หากเศรษฐกิจดีขึ้นและสงครามยุติจริง ก็จะช่วยกลุ่มด้านบน ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจภาพรวมดีขึ้น  

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงวงเงินกู้อีกจำนวน 2 แสนล้านบาท จะยังนำมาใช้อีกในการกู้วิกฤตพลังงานหรือไม่ว่า  วิกฤตสงครามในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อพลังงานทั้งโลก แม้ว่าสงครามจะจบในแหล่งการผลิตน้ำมันทั้งโลก ได้ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก การจะทำให้ราคาน้ำมันกลับมาถูกก่อนช่วงสงครามเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นต้องอยู่ในโลกของราคาน้ำมันแพงอย่างน้อย 1-2 ปี แต่สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หากไม่มีการปรับตัวตั้งแต่วันนี้ หากสงครามกลับมาสู้รบกันต่อ ราคาพลังงานยังสูงต่อเนื่อง และจะต้องมาแบกรับกับสถานการณ์เช่นนี้ จะไปไม่ไหว จึงเห็นว่าการช่วยคนให้เปลี่ยนผ่าน เช่น การให้ประชาชนใช้พลังงานโซลาร์เซลล์ จะช่วยลดค่าครองชีพไปได้เป็นจำนวนมาก 


ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเดินหน้ากู้เงินต่อ  เพราะประเทศไทยยังต้องพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ และนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงมาก หากยังไม่รีบเปลี่ยนผ่านพลังงานในช่วงนี้ หากราคาน้ำมันแพงขึ้น ประเทศไทยจะทำอย่างไร  ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการมาช่วยเปลี่ยนผ่านพลังงงาน  ซึ่งความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ในการใช้เงินกู้อีก 2 แสนล้านบาท กระทรวงต่างๆ ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง 

โดยคณะกรรมการกลั่นกรองได้รับข้อเสนอโครงการต่างๆ เข้ามาแล้ว ย้ำว่า หัวใจสำคัญคือการช่วยคน  และช่วยการเปลี่ยนผ่าน กล่าวคือ การช่วยคน คือการเยียวยา ลดภาระค่าไฟที่แพง หากติดโซลาร์เซลล์ตามนโยบายของรัฐบาลที่เข้าไปช่วยเหลือ ค่าไฟก็ลดลง และไม่พึ่งพาน้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ประเทศไม่ต้องพึ่งพานำเข้าน้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติที่สูงมาก ดังนั้น ในวันนี้ การแก้ปัญหาในระยะสั้น แต่ก็ได้ผลในระยะยาวด้วย 

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง จะยังไม่นำเสนอหลักเกณฑ์การทบทวนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีบุตรนำชื่อพ่อแม่ ไปลดหย่อนภาษี  เนื่องจากปลัดกระทรวงการคลังขอดูตัวเลขที่แน่ชัด ดังนั้นจะยังไม่มีการหารือเรื่องนี้ในที่ประชุม ครม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง