รีเซต

“ซัมซุง-SK ไฮนิกซ์” จุดชนวนสงครามโบนัส

“ซัมซุง-SK ไฮนิกซ์” จุดชนวนสงครามโบนัส
TNN ช่อง16
29 พฤษภาคม 2569 ( 09:54 )
15

เมื่อกลางสัปดาห์ สหภาพแรงงานของ “ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์” ยักษ์เทคโนโลยีของเกาหลีใต้เพิ่งมีมติเห็นชอบข้อตกลงค่าจ้างและโบนัสฉบับใหม่หลังการเจรจามาราธอนกับฝ่ายบริหาร ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการผละงานประท้วงครั้งใหญ่ได้อย่างหวุดหวิด แลกกับการที่พนักงานฝ่ายผลิตชิปจะได้รับโบนัสก้อนโต ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของฝ่ายสหภาพแรงงาน และเป็นครั้งที่ 2 ที่มีการตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับการจ่ายโบนัสเป็นอัตราคงที่ตามกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางกระแสบูมของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่บริษัทเผชิญแรงกดดันจากภาวะสมองไหลและต้องการลดช่องว่างเรื่องโบนัสกับคู่แข่งอย่าง “SK ไฮนิกซ์” รวมทั้งไม่ต้องการให้การผลิตชิปได้รับผลกระทบจากการหยุดงานประท้วง เพราะ “ซัมซุง” มีสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของเกาหลีใต้


ภายใต้ข้อตกลงล่าสุด “ซัมซุง” ยอมจัดสรรเงินร้อยละ 12 ของกำไรจากการดำเนินงานในแผนกเซมิคอนดักเตอร์สำหรับการจ่ายโบนัสพิเศษ แบ่งเป็นร้อยละ 10.5 ในรูปของหุ้น และอีกร้อยละ 1.5 ในรูปของเงินสด โดยมีผลผูกพัน 10 ปี แลกกับเป้าหมายกำไรที่วางไว้ พร้อมกับยกเลิกเพดานสูงสุดในการจ่ายโบนัส หมายความว่า พนักงานฝ่ายผลิตชิปของ “ซัมซุง” จะได้รับโบนัสเป็นหุ้นและเงินสดเฉลี่ยคนละกว่า 500-600 ล้านวอน หรือ 11-13 ล้านบาท 


ในส่วนของ “SK ไฮนิกซ์” ก่อนหน้านี้ตกลงจัดสรรเงินร้อยละ 10 ของกำไรจากการดำเนินงานสำหรับจ่ายโบนัส ซึ่งจะแบ่งเป็นการจ่ายเงินทันทีร้อยละ 80 ส่วนอีกร้อยละ 20 จะทยอยจ่ายเป็น 2 งวด ในช่วง 2 ปีข้างหน้า เพื่อรักษาพนักงานระดับหัวกะทิเอาไว้ ข้อตกลงโบนัสนี้มีผลระยะ 10 ปี โดยพนักงาน 35,000 คนของ “SK ไฮนิกซ์” จะได้รับโบนัสเฉลี่ยคนละ 700 ล้านวอน หรือประมาณ 15 ล้านบาท 


การจ่ายโบนัสก้อนโตของบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ทั้ง 2 แห่งของเกาหลีใต้เกิดขึ้นหลังจากผลประกอบการดีวันดีคืน เนื่องจากความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาชิปที่สูงขึ้น โดย “ซัมซุง” รายงานผลกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกปีนี้ อยู่ที่ 57.2 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นร้อยละ 756 เมื่อเทียบรายปี อานิสงส์จากความต้องการชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น หลังจากในปี 2568 กำไรจากการดำเนินงานแตะ 43.6 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.3 จากปีก่อนหน้า 


ส่วน “SK ไฮนิกซ์” รายงานผลกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 37.61 ล้านล้านวอน ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 405.5 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิปหน่วยความจำด้าน AI อาทิ HBM และ SSD สำหรับกลุ่มองค์กร นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องจากปี 2568 ที่กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทแตะ 47.2 ล้านล้านวอน แซงหน้า “ซัมซุง” 


สำหรับคาดการณ์ผลกำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปี 2569 “มิแร แอสเส็ต ซิเคียวริตีส์” ประเมินว่า กรณี “ซัมซุง” น่าจะทำได้ราว 371 ล้านล้านวอน ซึ่งโตแบบก้าวกระโดดจาก 43.6 ล้านล้านวอนในปี 2568 ด้าน “SK ไฮนิกซ์” น่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานในปีนี้อยู่ที่ราว 290 ล้านล้านวอน พุ่งทะยานจาก 47.2 ล้านล้านวอนในปีที่แล้ว

ผลงานที่ดีต่อเนื่องของยักษ์เซมิคอนดักเตอร์ทั้ง 2 รายของเกาหลีใต้ ส่งผลให้ราคาหุ้นขยับขึ้นมาก กรณีของ “SK ไฮนิกซ์” ราคาหุ้นทะยานขึ้นร้อยละ 1,028 ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และ “ซัมซุง” ขยับขึ้นร้อยละ 488 หนุนให้ทั้ง 2 บริษัทตบเท้าเข้าทำเนียบบริษัทที่มีมูลค่าตลาด (market cap) 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดย “ซัมซุง” แตะหลักชัย 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ต่อมาในวันที่ 27 พฤษภาคม “SK ไฮนิกซ์” ก็เข้าร่วมทำเนียบนี้เช่นกัน ซึ่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น “ไมครอน” บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ก็มีชื่อติดทำเนียบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์


ปัจจุบัน มีบริษัทจากเอเชียเพียง 3 แห่งที่ก้าวเข้าสู่ทำเนียบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ จากทั้งหมด 14 บริษัททั่วโลกที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้รวมถึง “ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง” (TSMC) จากไต้หวัน แต่เกาหลีใต้เป็นประเทศแรกนอกเหนือจากสหรัฐฯ ที่มีบริษัทติดทำเนียบ 1 ล้านล้านดอลลาร์มากกว่า 1 แห่ง 


ความต้องการชิปหน่วยความจำระดับไฮเอนด์ที่ใช้สำหรับงาน AI อาทิ ชิปที่ออกแบบโดย “อินวิเดีย” เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ปริมาณชิปมีจำกัดและราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ ๆ ทั้งนี้ ราคาชิปหน่วยความจำในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 63 ในไตรมาสปัจจุบัน เนื่องจากความต้องการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ด้าน AI ส่งผลให้ปริมาณชิปสำหรับสมาร์ตโฟน แล็ปท็อป และรถยนต์มีจำนวนจำกัด


น่าสังเกตว่า การตัดสินใจยอมจ่ายโบนัสมหาศาลของทั้ง “ซัมซุง” และ “SK ไฮนิกซ์” กำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการต่อรองค่าจ้างอย่างดุเดือด สะท้อนจากการมีสมาชิกสหภาพแรงงานจำนวนมาก จากสถิติของรัฐบาลเกาหลีใต้ในปี 2567 ระบุว่า ประมาณร้อยละ 13 ของแรงงานในเกาหลีใต้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) แต่สหภาพแรงงานของเกาหลีใต้มีการผละงานประท้วงบ่อยกว่าแรงงานในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “ญี่ปุ่น” ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทต่างชาติมองว่าไม่น่าดึงดูดสำหรับการลงทุน


รอยปริร้าวจากข้อตกลงโบนัสเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น ล่าสุด พนักงานใน “ซัมซุง” เริ่มแตกคอกันเอง โดยพนักงานกลุ่มธุรกิจสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ยื่นฟ้องต่อศาลเกาหลีใต้เพื่อระงับการลงคะแนนรับรองข้อตกลงค่าจ้างฉบับใหม่ที่เอาใจพนักงานแผนกชิปมากเกินไป ซึ่งทำให้พนักงานฝ่ายอื่น ๆ รู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเมื่อเทียบผลงานของ 2 ธุรกิจหลักในเครือ พบว่า กำไรจากการดำเนินงานของแผนกเซมิคอนดักเตอร์ปีที่แล้วอยู่ที่ 31.5 ล้านล้านวอน ส่วนแผนกสมาร์ตโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 3 แสนล้านวอน ขณะที่การจ่ายโบนัสก็แตกต่างกันมาก โดยพนักงานในแผนกผลิตชิปหน่วยความจำจะได้โบนัสเฉลี่ยสูงสุดคนละ 600 ล้านวอน หรือ 13 ล้านบาทในปีนี้ ส่วนแผนกรับจ้างผลิตชิปกับแผนกวิจัยและพัฒนาจะได้ลดหลั่นลงมาแถว 210 ล้านวอน หรือ 4.5 ล้านบาท ตรงข้ามกับพนักงานแผนกสมาร์ตโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจได้โบนัสเพียง 6 ล้านวอน หรือ 130,000 บาท ซึ่งคนที่ได้รับมากสุดและน้อยสุดแตกต่างกันเกือบ 100 เท่า ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เท่าเทียมในบริษัทเดียวกัน

นอกจากนี้ ข้อตกลงโบนัสล่าสุดยังจะส่งกระทบลามเป็นโดมิโนไปทั่วตลาดงานของเกาหลีใต้ โดยอาจกระตุ้นให้เกิด “สงครามโบนัส” ในวงกว้าง เนื่องจากสหภาพแรงงานในบริษัทอื่น ๆ ก็จะผลักดันให้มีการจ่ายโบนัสในลักษณะเดียวกัน แม้ว่าผลประกอบการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาจไม่เฟื่องฟูเท่ากับเซมิคอนดักเตอร์ ขณะนี้เริ่มปรากฏข้อเรียกร้องของสภาพแรงงานในบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิ “ฮุนได” และ “เกีย” ที่เรียกร้องโบนัสร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิปีนี้ ส่วนสหภาพของ “HD ฮุนได เฮฟวี อินดัสตรี” ยื่นข้อเสนอแบ่งกำไรจากการดำเนินงานร้อยละ 30 จ่ายให้พนักงานในการเจรจาที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า เนื่องจากธุรกิจต่อเรือได้รับประโยชน์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ส่วนสหภาพแรงงานของยักษ์เทคโนโลยี “กาเกา” (Kakao) เรียกร้องโบนัสร้อยละ 13-14 ของกำไรจากการดำเนินงาน ด้าน “LG ยูพลัส” เรียกร้องโบนัสร้อยละ 30 ของกำไรจากการดำเนินงาน


ขณะเดียวกัน ความไม่พอใจเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในการจ่ายโบนัสยังเกิดขึ้นระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทขนาดเล็กด้วย เพราะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกเกิดขึ้นผ่านการกระจายจากบนลงล่าง เริ่มจากกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ผ่านบรรดาซัพพลายเออร์ ผู้รับเหมาช่วง และผู้ผลิตรายย่อยต่าง ๆ 


ข้อมูลของกระทรวงแรงงานที่เผยแพร่ในปี 2568 พบว่า โบนัสและมาตรการจูงใจต่าง ๆ มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 24.7 ของค่าจ้างทั้งหมดในบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน ในปี 2567 เทียบกับสัดส่วนเพียงร้อยละ 8 ในบริษัทขนาดเล็ก ขณะที่โบนัสรายเดือนในบริษัทขนาดใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.33 ล้านวอน คิดเป็น 4 เท่าของค่าเฉลี่ย 340,000 วอนในบริษัทขนาดเล็ก ในขณะที่บางคนแทบจะผ่านพ้นแต่ละเดือนไปไม่รอด แต่บางคนกลับได้โบนัสหลายร้อยล้านวอน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง