รีเซต

กรมชลประทานอัปเดตน้ำ 18 ต.ค. 19 จังหวัดยังประสบอุทกภัย

กรมชลประทานอัปเดตน้ำ 18 ต.ค. 19 จังหวัดยังประสบอุทกภัย
TNN ช่อง16
18 ตุลาคม 2569 ( 14:14 )

กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2569 โดยยังคงติดตามปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสำคัญทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด หลังหลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยยังส่งผลกระทบใน 19 จังหวัด พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา และสนับสนุนเครื่องจักรกลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดภาคใต้และภาคตะวันออกฝนตกต่อเนื่อง

ข้อมูลสภาพอากาศ ณ เวลา 06.00 น. ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยตอนบน ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลให้ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคม 2569 คาดว่าภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

รายงานปริมาณฝนสะสมสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมง พบว่า

  • แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 115.4 มิลลิเมตร
  • ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล 105.0 มิลลิเมตร
  • ตำบลถ้ำพรรณรา อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช 84.0 มิลลิเมตร

สถานการณ์อุทกภัย 19 จังหวัด เร่งช่วยเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบ

กรมชลประทานรายงานว่า จากปริมาณฝนตกหนักและฝนสะสมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยรวม 59 จังหวัด โดยปัจจุบันมี 40 จังหวัดที่สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ขณะที่ยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 19 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี นครนายก ปทุมธานี สระบุรี นครปฐม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี สิงห์บุรี นครสวรรค์ อ่างทอง ชัยนาท อุทัยธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์และสนับสนุนเครื่องจักรกลเพื่อช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม

เจ้าพระยาระบายน้ำ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทานรายงานว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ระบายจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ไหลมารวมกันบริเวณสถานีวัดน้ำ C.2 ค่ายจิรประวัติ จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณ 1,571 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก รวม 464 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แบ่งเป็นฝั่งตะวันออก 202 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และฝั่งตะวันตก 262 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.31 เมตร รทก. โดยมีน้ำจากแม่น้ำน้อยผ่านประตูระบายน้ำบำเหน็จ 35 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก 349 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนมารวมกันบริเวณสถานี C.29B อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เฉลี่ย 1,715 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีน้ำรวม 76%

ข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ พบว่ามีปริมาณน้ำรวม 56,836 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างทั้งหมด และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 18,836 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำรวม 18,836 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุรวม และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 12,128 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ ข้อมูลการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 4 แห่ง รวมอยู่ที่ 16.89 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

กรมชลประทานส่งเครื่องสูบน้ำช่วยพื้นที่น้ำท่วม

กรมชลประทานรายงานผลการสนับสนุนเครื่องจักรและเครื่องมือในช่วงฤดูฝนปี 2569 รวม 929 หน่วย ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำ 700 ชุด รถบรรทุกน้ำ 5 คัน เครื่องผลักดันน้ำ 127 เครื่อง และเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นอีก 97 หน่วย

ล่าสุด สำนักงานชลประทานที่ 12 ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง บริเวณหมู่ที่ 1 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่บ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม

ขณะที่สำนักงานชลประทานที่ 15 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 4 เครื่อง ในพื้นที่ท่อระบายน้ำบางเนียน หมู่ที่ 10 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่

กรมชลประทานยังคงดำเนินมาตรการบริหารจัดการน้ำควบคู่กับการติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝน เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม พร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง