เชียงใหม่ยังเหนื่อยต่อ แม้ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงที่ 139.8 อยู่อันดับ 3 โลก

เชียงใหม่ยังเหนื่อยต่อ แม้ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงที่ 139.8 อยู่อันดับ 3 โลก
ข่าวสด
14 มีนาคม 2564 ( 13:56 )
67
เชียงใหม่ยังเหนื่อยต่อ แม้ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงที่ 139.8 อยู่อันดับ 3 โลก

ศูนย์ฯ รายงานสถานการณ์ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในจ.เชียงใหม่ ล่าสุดเริ่มดีขึ้น หลังจีนคุณภาพแย่กว่า ขึ้นไปอยู่ที่ 1 เรียบร้อย แต่โดยรวมยังอันตรายอยู่

 

 

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2564 ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่ รายงานผลการตรวจพบจุดความร้อนจากดาวเทียมประจำวันที่ 14 มี.ค. 64 พบจุดความร้อน 28 จุด เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 24 จุด เขตสปก.2 จุด เขตป่าสงวน 1 จุด และอื่น ๆ 1 จุด

 

ซึ่งอำเภอมที่พบจุดความร้อนมากที่สุด คืออ.เชียงดาว และอ.พร้าว อำเภอละ 8 จุด รองลงมาคืออ.แม่แตง 4 จุด ทั้งนี้จุดความร้อนที่ตรวจพบในวันนี้ถือว่าลดลงมากจากช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่มีจำนวนมากกว่าร้อยจุด ซึ่งเป็นผลจากการที่เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าทำการดับไฟป่า

 

อย่างไรก็ตามเนื่องจากจุดความร้อนและการเผาในพื้นที่โดยรอบจ.เชียงใหม่ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่มีจำนวนมาก ประกอบกับกระแสลมพัดพา จึงส่งผลให้ฝุ่นควันสะสมตัวหนาแน่นในพื้นที่แอ่งเชียงใหม่

 

ทั้งนี้สถานการณ์ฝุ่นควันและคุณภาพอากาศของจ.เชียงใหม่ ยังคงอยู่ระดับที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากค่าฝุ่น PM2.5 และค่ามลพิษอากาศยังสูงเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่อง ขณะที่สภาพตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคุมด้วยฝุ่นควันหนาทึบตลอดทั้งวันติดต่อกันมานานกว่าสัปดาห์แล้ว

 

โดยข้อมูลคุณภาพอากาศเว็บไซต์ https://www.iqair.com พบว่าเมื่อเวลา 10.00 น. จ.เชียงใหม่ มีค่ามลพิษอากาศสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ 194 US AQI และเฉพาะค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 139.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนอันดับ 1 คือเมืองเสินหยาง ประเทศจีน ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ 224 US AQI

 

 

ขณะที่รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ จากสถานีตรวจวัดในพื้นที่ต.ช้างเผือก ต.ศรีภูมิ และต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบว่าค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง เมื่อเวลา 09.00 น. อยู่ที่ 103 , 101 และ 84 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ด้านนายปิยะพงษ์ ประพันธ์วัฒนะ ผอ.ส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการติดตามจุดความร้อนโดยรอบพื้นที่จ.เชียงใหม่มีจำนวนลดลง ทำให้ค่าคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ มีแนวโน้มดีขึ้น

 

ผลการวิเคราะห์อัตราการระบายอากาศในช่วงเวลากลางคืน อากาศปิด ไม่สามรถระบายอากาศได้ แต่ในช่วงวันที่ 14-15 มี.ค. 64 จะมีอัตราการระบายอากาศที่ดีขึ้น โดยทิศทางของลมจะพัดมาจากตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งพอที่จะพัดพาฝุ่นที่สะสมออกจากเชียงใหม่ได้

ซึ่งจากการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดฝุ่นสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นักวิชาการระบุว่า เกิดจากหมอกควันข้ามแดนพื้นที่โดยรอบจ.เชียงใหม่กว่าร้อยละ 50 เกิดจากแหล่งกำเนิดที่เกิดขึ้นในแอ่งเชียงใหม่เองอีกราวร้อยละ 50 ประกอบกับจ.เชียงใหม่ มีสภาพอากาศปิด จึงไม่สามารถระบายอากาศออกไปได้

 

 

สำหรับมาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาในช่วงสัปดาห์นี้ จ.เชียงใหม่ งดการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ทั้งหมด สั่งการให้ทุกพื้นที่เพิ่มจุดตรวจจุดสกัดโดยเน้นหนักในพื้นที่ที่ติดป่า เพื่อให้เฝ้าระวังและตรวจตราผู้ที่จะเข้าออกป่า รวมถึงสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างความชุ่มชื้นโดยการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อกำจัดฝุ่นระดับพื้นผิวโดยให้ดำเนินการใน 2 ช่วงเวลา

คือ 10.00 น. และ 15.00 น. พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือให้ติดตั้งจุดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ตึกสูงในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ด้วย นอกจากนี้ยังให้ทุก อปท. จัดให้มีเซฟตี้โซน ซึ่งขณะนี้ทั่วทั้งจ.เชียงใหม่มีเซฟตี้โซนกว่า 1,629 จุด ส่วนการดูแลตัวเองของประชาชนในช่วงนี้ ให้สวมหน้ากากชนิด N95 ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง และงดออกกำลังกายกลางแจ้ง

 

ขณะที่ในเวลากลางคืนให้ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทและเปิดเครื่องกรองอากาศ พร้อมกันนี้ขอร่วมมือช่วยกันโดยงดการเผาทุกชนิด ถ้าหากมีอาการไม่สบายให้รีบไปพบแพทย์ โดยทางสาธารณะสุขได้เปิดห้องห้องฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นทุกโรงพยาบาลแล้ว

ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรฯ ได้จัดส่งเฮลิคอปเตอร์ในการช่วยดับไฟป่าที่เชียงใหม่ ของกระทรงทรัพยากร ทิ้งน้ำบริเวณ จุดที่ได้รับการประสานร้องขอมา โดยเมื่อวานนี้ที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ทิ้งน้ำไป 80 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 550 ลิตร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง