รีเซต

หยวนต้าชี้ MAJOR ถูกขายแรง ปรับคาดการณ์ แต่ยังแนะซื้อ

หยวนต้าชี้ MAJOR ถูกขายแรง ปรับคาดการณ์ แต่ยังแนะซื้อ
ทันหุ้น
9 มกราคม 2569 ( 14:40 )
12

#ทันหุ้น - บล.หยวนต้า สแกนหุ้น บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR คาด Q4/68 ชะลอตัว YoY จากรายได้โฆษณา และรายได้ลิขสิทธ์ที่ลดลง แนวโน้มกำไรสุทธิ 254 ล้านบาท +101%QoQ, -21%YoY เทียบ QoQ ฟื้นตัวเด่นตามรายได้ภาพยนตร์ที่เข้าฉายมากขึ้น แต่เทียบ YoY ลดลง

โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้ 1) รายได้รวมคาดลดลง 7%YoY เหลือ 2,194 ล้านบาท รายได้จากการฉายภาพยนตร์คาดทรงตัวจากปีก่อน แม้จะมีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่จากฮอลลีวูดเข้าฉายอย่าง AVATAR 3 ขณะที่ภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องทำรายได้ต่ำกว่าที่คาด เช่น ธี่หยด3, อนงค์ 2: หมู่บ้านโคกะโหลก และ มือปืน ขณะที่อีเรียมซิ่ง 2 เลื่อนไปฉายปี 2569 รายได้จากโฆษณาคาดปรับลดลง 29%YoY ตามอุตสาหกรรมโฆษณาที่ผู้ประกอบการชะลอการใช้งบ และรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ที่ลดลง 72%YoY 2) ประสิทธิภาพในการทำกำไรลดลง เนื่องจากรายได้โฆษณาและรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ซึ่งมีอัตรากำไรสูงมีสัดส่วนลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจาก 37.5% เหลือ 36.1%

แนวโน้มปี 25696 ฟื้นตัวจากฐานต่ำ และเน้นกลยุทธ์ควบคุมต้นทุน ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากฐานต่ำ โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากจำนวนภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่จากฮอลลีวูดที่มีความน่าสนใจ อาทิ Spider-Man: Brand New Day, Avengers: Doomsday และ The Hunger Games: Sunrise on the Reaping ขณะที่คาดว่าภาพยนตร์ไทยจะเข้าฉายราว 70 เรื่อง มากกว่าปีก่อนที่ 61 เรื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนรายได้จากการจำหน่ายตั๋วภาพยนตร์กลับมาเติบโต YoY ส่วนธุรกิจป๊อปคอร์นปกติรายได้เติบโตตามภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่เข้าฉาย

นอกจากนี้ MAJOR จับมือเป็นพันธมิตรกับ TKN ในการจำหน่ายป๊ อปคอร์นแบบซองพร้อมรับประทาน เพื่อเพิ่มช่องทางการขายและขยายตลาดในวงกว้างมากขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีแรกราว 200 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากโฆษณาคาดว่าจะฟื้นตัวจากการที่ผู้ประกอบการเลื่อนการใช้งบมาจากปีก่อน ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรคาดปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง อาทิการทยอยปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568-2569 จากแนวโน้มผลประกอบการ Q4/68 ที่ต่ำกว่าประมาณการเดิมของฝ่ายวิจัย รวมถึงความไม่แน่นอนของปัจจัยมหภาคในปี 2569 ที่อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 และปี 2569 ลงจากเดิม 13% และ 14% เหลือ 538 ล้านบาท (-28%YoY) และ 595 ล้านบาท (+ 11%YoY) ตามลำดับ

แนะนำ "ซื้อ” ราคาลงสะท้อนปัจจัยลบมากไป ฝ่ายวิจัยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนปัจจัยลบจากผลประกอบการที่ชะลอตัวไปพอสมควรแล้ว คาดผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2569 ปรับลดมูลค่าพื้นฐานปี 2569 จากเดิมที่ 13.50 บาท เป็น 10.20 บาท สะท้อนการปรับลดประมาณการ โดยใช้วิธี DCF สมมติฐาน WACC ที่ 8.2% (ปรับ Rm จากเดิม 9%เป็น 10% และปรับลด Terminal growth จากเดิม 3% เป็น 2%)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง