พายุกระหน่ำพัดต้นไม้ล้มฟาดเสาไฟฟ้าแรงสูงหักขวางถนน ทำจราจรเป็นอัมพาตกว่า 2 ชั่วโมง

พายุกระหน่ำพัดต้นไม้ล้มฟาดเสาไฟฟ้าแรงสูงหักขวางถนน ทำจราจรเป็นอัมพาตกว่า 2 ชั่วโมง
มติชน
3 สิงหาคม 2563 ( 08:22 )
65
พายุกระหน่ำพัดต้นไม้ล้มฟาดเสาไฟฟ้าแรงสูงหักขวางถนน ทำจราจรเป็นอัมพาตกว่า 2 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 3 สิงหาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกของเมื่อคืน ที่บ้านบางหลาโอน หมู่ 7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงาฝนที่ตกหนักตลอดทั้งวันทำให้เสาไฟฟ้าที่อยู่บริเวณถนนเพชรเกษมตะกั่วป่ามุ่งหน้าไปภูเก็ต ช่วงทางโค้งที่ กม.800 รอยต่ออำเภอตะกั่วป่า-ท้ายเหมือง ได้เกิดฝนตกหนักและมีลมพัดกระโชกแรง ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้ล้มฟาดลงบนเสาไฟฟ้าแรงส่งขนาด 115 KV เป็นสายส่งของการไฟฟ้าภูมิภาค ซึ่งมีความสูงขนาด 22 เมตร จำนวน 3 ต้นและเสาไฟฟ้าขนาดเล็กขนาดกำลังส่ง 33 KV ความสูง 12 เมตร จำนวน 3 รวม 6 ต้น ล้มขวางถนนทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ทำการจราจรเป็นอัมพาตกว่า 2 ชั่วโมง

 

 

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก กู้ภัยเขาหลัก เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลคึกคักเข้าช่วยเหลือพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนทราบว่าไม่สามารถสัญจรได้จากเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน พร้อมกับให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้เส้นทางบ้านดอกแดง – กะปง แทนเพื่อมุ่งหน้าไปภูเก็ตหรือพังงาได้ จากนั้นทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอตะกั่วป่า ได้เร่งส่งเจ้าหน้าที่พร้อมรถเครนมาเร่งเคลียร์เส้นทางเพื่อเปิดการจราจร โดยการตัดสายไฟและยกเสาไฟฟ้าที่หักโค่นออกจากผิวจราจร ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการเคลียร์เส้นทางก่อนจะเปิดให้รถสามารถสัญจรได้เป็นปกติ

 

 

นายกิตติภพ พฤกษนันต์ ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอตะกั่วป่ากล่าวว่า สาเหตุของการเกิดเสาไฟฟ้าล้มขวางถนนเนื่องจากว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มฟาดลงบนเสาสายส่งไฟฟ้าแรงสูงล้มลงไป 3 ต้น และเสาขนาดเล็กอีก 3 ต้น รวมเสาไฟฟ้าล้มไปทั้งหมด 6 ต้น ส่วนการซ่อมแซม พรุ่งนี้ตนจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินความเสียหายทั้งหมด คาดว่าจะใช้เวลาในการซ่อมแซมประมาณ 2 วัน ระหว่างนี้ก็จะมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าระบบสำรองจากสถานีจ่ายไฟตะกั่วป่าเข้ามาประชาชนในพื้นที่มีไฟฟ้าใช้อย่างแน่นอนระหว่างเจ้าหน้าที่ทำการซ่อมแซม

 

 

ขณะที่ทางจังหวัดพังงา ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เนื่องจากลมตะวันตกกำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ จังหวัดพังงา มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จนถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2563 นี้ ประชาชนในพื้นที่ ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ ข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังจากคลื่นลมแรง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง