หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 4 เมษายน 2568 ปิดร่วง 1,679.39 จุด นักลงทุนกังวลทั่วโลกเผชิญภาวะถดถอย

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะนำไปสู่การทำสงครามการค้าและทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเผชิญภาวะถดถอย
ดาวโจนส์ปิดที่ 40,545.93 จุด ลดลง 1,679.39 จุด
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 40,545.93 จุด ลดลง 1,679.39 จุด หรือ -3.98%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,396.52 จุด ลดลง 274.45 จุด หรือ -4.84% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 16,550.61 จุด ลดลง 1,050.44 จุด หรือ -5.97%
ดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ร่วงลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2563 ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2563 เนื่องจากนักลงทุนพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และหันไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากปธน.ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) และภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tariff) เมื่อวันพุธ (2 เม.ย.)
ทั้งนี้ ภาษีศุลกากรตอบโต้จะแตกต่างกันไปเป็นรายประเทศ ขึ้นอยู่กับการตั้งกำแพงภาษีของประเทศนั้น ๆ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย. ส่วนภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะอยู่ที่ระดับ 10% เท่ากันทุกประเทศ และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย.
ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
นักลงทุนวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีครั้งใหม่ของทรัมป์จะส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ออกมาตรการตอบโต้ และจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยล่าสุดจีนซึ่งถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 34% และสภาพยุโรป (EU) ซึ่งถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 20% ประกาศว่าจะใช้มาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐฯ