STECON พุ่งแรงแตะ 11.40 บาท +1.20 บาท (+11.76%)

#ทันหุ้น #2026 #SET #STECON พุ่งแรงแตะ 11.40 บาท +1.20 บาท (+11.76%)
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำ “ซื้อ” เป้า 12.00 บาท บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 แข็งแกร่งกว่าคาด จากทั้งธุรกิจหลักและรายการพิเศษ โดยบริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 จำนวน 931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 470% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุนสุทธิ 2.25 พันล้านบาทในไตรมาส 4/2567
โดยมีรายการพิเศษรวม 598 ล้านบาท หลักมาจากการกลับรายการสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 610 ล้านบาท ภายหลังได้รับชำระหนี้บางส่วนจากกลุ่ม UJV ที่เกี่ยวข้องกับหนี้ค่าก่อสร้างโครงการ CFP ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้ตั้งสำรองเต็มจำนวน 1 พันล้านบาทในไตรมาส 4/2567.
หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว กำไรปกติไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุนปกติ 1.16 พันล้านบาทในไตรมาส 4/2567 สูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์และ Bloomberg consensus ราว 30% จากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ต่ำกว่าคาด.
ผลการดำเนินงานหลักปรับตัวดีขึ้น โดยรายได้เพิ่มขึ้น 41% จากไตรมาสก่อน และ 38% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.06 หมื่นล้านบาท จากการเร่งก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 7.4% เทียบกับ 7.2% ในไตรมาส 3/2568 และ -13% ในไตรมาส 4/2567.
สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 2.7% จาก 3.5% ในไตรมาส 3/2568 แต่เพิ่มขึ้นจาก 2.2% ในไตรมาส 4/2567 ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากแผนการขยายธุรกิจ.
สำหรับปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.95 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 2.36 พันล้านบาทในปี 2567 และมีกำไรปกติ 1 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุนปกติ 1.27 พันล้านบาทในปี 2567.
บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2568 ที่ 0.55 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 5.4% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 9 มีนาคม 2569.
นอกจากนี้ บริษัทแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าคณะกรรมการอนุมัติการจำหน่ายหุ้นซื้อคืนตามโครงการซื้อหุ้นคืนที่ประกาศเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 โดยบริษัทได้ซื้อหุ้นคืนประมาณ 17 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 1.12% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ที่ต้นทุนเฉลี่ย 6.30 บาทต่อหุ้น และกำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 17 กันยายน 2571.
แนวโน้มผลการดำเนินงานระยะถัดไป คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 1/2569 จะชะลอลงทั้งจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันปีก่อน จากฐานที่สูงในไตรมาส 4/2568 และไม่มีเงินปันผลรับจาก บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่เคยรับรู้ในไตรมาส 1/2568 อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะเร่งตัวในไตรมาส 2/2569 จากเงินปันผลรับจำนวน 736 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าระดับปกติเมื่อเทียบกับ 204 ล้านบาทในปี 2567 และ 223 ล้านบาทในปี 2568.
ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1.06 พันล้านบาท และมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 700 ล้านบาท จากปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ เงินปันผลพิเศษจากการลงทุน และการทยอยรับชำระหนี้เพิ่มเติมจากกลุ่ม UJV ภายใต้สมมติฐานการชำระคืนที่ส่วนลด 10% จากสำรอง 1 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้ได้ราว 300 ล้านบาทในปี 2569 ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความชัดเจนจากบริษัทเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะได้รับชำระและเงื่อนไขการชำระคืนในระยะถัดไป.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
