ทลายแก๊งเงินกู้ ทำผ่านแอพฯ หักล่วงหน้าโหดเกือบ 50% แต่ใช้หนี้เต็ม บังคับคืนใน 7 วัน

ทลายแก๊งเงินกู้ ทำผ่านแอพฯ หักล่วงหน้าโหดเกือบ 50% แต่ใช้หนี้เต็ม บังคับคืนใน 7 วัน
ข่าวสด
3 กุมภาพันธ์ 2564 ( 19:13 )
24
ทลายแก๊งเงินกู้ ทำผ่านแอพฯ หักล่วงหน้าโหดเกือบ 50% แต่ใช้หนี้เต็ม บังคับคืนใน 7 วัน

ตำรวจบุกทลายแก๊งเงินกู้ดอกโหด ทำเรื่องผ่านแอพ หักล่วงหน้าเกือบ 50 เปอร์เซนต์ แต่ใช้หนี้เต็มจำนวน คืนใน 7 วัน บังคับดูดข้อมูลส่วนตัว ทวงประจานให้อับอาย

 

 

วันที่ 3 ก.พ.64 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.สตม. นำกำลังตำรวจ บก.สส.สตม. เข้าตรวจค้นอาคาร 3 ชั้น ไม่มีเลขที่ ภายในทาวน์อินทาวน์ ซอย 3 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. หลังสืบทราบว่าสถานที่ดังกล่าวลักลอบเป็นสำนักงานปล่อยเงินกู้เกินกว่ากฎหมายกำหนด

 

 

ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 3 ชั้น บริเวณชั้น 2 และชั้น 3 ถูกดัดแปลงเป็นสำนักงาน เบื้องต้นจับกุมลูกจ้างชาวไทยได้ 46 คน ผู้ดูแลซึ่งเป็นชาวจีน 4 คน และชาวสิงค์โปร์ 1 คน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก, เอกสารการทวงหนี้, สมุดบันทึกการทำงาน, หนังสือการว่าจ้างงาน และอื่นๆ อีกหลายรายการ

 

พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากชุดสืบสวน ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่า ตกเป็นเหยื่อจากการกู้ยืมเงินผ่านแอพพลิเคชัน ซึ่งมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยจะให้สินเชื่อบุคคลตั้งแต่ 2,000–50,000 บาท ระยะเวลาชำระหนี้ภายใน 7 วัน โดยหากกู้เงิน 2,000 จะได้เงินจริงเพียง 1,200 บาท หักค่าบริการ 800 บาท มีการคิดอัตราดอกเบี้ย 12-14 เปอร์เซ็นต์

 

โดยจะใช้วิธีการให้ผู้กู้ติดตั้งแอพพลิเคชั่น ชื่อ "speedwallet" ลงในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นผู้กู้จะทำตามขั้นตอนที่แนะนำผ่านลิงค์ที่ส่งให้เพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งขั้นตอนนี้ทางกลุ่มผู้ต้องหาจะดูดข้อมูลไลน์ และเบอร์ติดต่อเพื่อเป็นหลักฐานในการเก็บข้อมูล โดยผู้กู้ต้องให้ความยินยอม เมื่อกู้ผ่านแล้วจะถูกหักค่าบริการออกจากเงินกู้ แต่ลูกหนี้ยังต้องชำระเงินเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระตามกำหนดเวลา จะมีการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ด่าทอ คุกคาม และมีการส่งข้อความเกี่ยวกับการเป็นหนี้ไปยังรายชื่อที่เก็บรวบรวมไว้ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม

 

ทำให้ผู้กู้ได้รับความอับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงได้ดำเนินการสืบสวนเรื่อยมา กระทั่งสืบทราบว่าแก๊งนี้มีออฟฟิศที่ตั้งอยู่ที่อาคารดังกล่าว โดยเช่าเดือนละ 6 หมื่นบาท และเป็นย้ายทำเลที่ตั้งมาเพียง 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามพบมีพนักงานคนไทยทั้งชายและหญิง นั่งทำงานอยู่มีการระบุตัวคนแบ่งหน้าที่กันทำงานฝ่ายบุคคล ธุรการ ฝ่ายทวงหนี้ และผู้ประสานงานอย่างชัดเจน

 

ด้าน พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบเป็นกลุ่มทุนต่างชาติ เข้ามาหาประโยชน์เอารัดเอาเปรียบประชาชนที่กำลังเดือดร้อน มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการกระทำความผิดโดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนเป็นจำนวนมากได้โดยง่าย ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีแอพพลิเคชันเงินกู้นอกระบบที่อยู่ในเครือข่ายนี้กว่า 8 แอพพลิเคชัน มีลูกค้ากว่า 5,000 ราย โดยคนไทยที่มาทำงานได้ค่าจ้าง 1.2 หมื่นบาท ส่วนเงินหมุนเวียนหรือความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผล ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง