รีเซต

นายกฯ สั่งรับมือภัยไซเบอร์ หลังยุโรปถูกโจมตีระบบตู้แช่สินค้า

นายกฯ สั่งรับมือภัยไซเบอร์ หลังยุโรปถูกโจมตีระบบตู้แช่สินค้า
TNN ช่อง16
4 พฤศจิกายน 2569 ( 07:57 )
12

รัฐบาลเดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ หลังมีรายงานการโจมตีระบบควบคุมตู้แช่สินค้าในหลายประเทศยุโรป ส่งผลให้อุณหภูมิภายในระบบจัดเก็บสินค้าเพิ่มสูงขึ้นและสร้างความเสียหายต่ออาหารที่เก็บรักษาไว้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง พร้อมให้กระทรวงพาณิชย์ศึกษาแนวทางคุ้มครองผู้ส่งออกไทยจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและภาควิชาการ เพื่อทบทวนแผนรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งการโจมตีทางไซเบอร์และสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

นายกฯ สั่งเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ หลังยุโรปถูกโจมตีระบบตู้แช่สินค้า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีมีรายงานการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบควบคุมตู้แช่สินค้าในยุโรป ซึ่งทำให้อุณหภูมิภายในระบบจัดเก็บสินค้าเพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลให้อาหารและสินค้าบางประเภทได้รับความเสียหายว่า ได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวแจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการป้องกันและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีมองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากการโจมตีระบบเทคโนโลยีสามารถสร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจและระบบการจัดเก็บสินค้าได้โดยตรง แม้ไม่มีการทำลายทรัพย์สินทางกายภาพ

จึงได้กำชับให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ประสานการทำงานเพื่อติดตามความเสี่ยง ตรวจสอบช่องโหว่ของระบบ และเตรียมมาตรการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าหน่วยงานของไทยมีศักยภาพในการดูแลและบริหารจัดการปัญหาดังกล่าว โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและภาคเศรษฐกิจ

มอบกระทรวงพาณิชย์ดูแลผู้ส่งออกไทย ป้องกันปัญหาคู่ค้าปฏิเสธชำระเงิน

นอกจากมาตรการรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งศึกษาแนวทางป้องกันผลกระทบต่อผู้ประกอบการส่งออกของไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่ส่งสินค้าอาหารและสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิไปยังต่างประเทศ

ประเด็นสำคัญคือความเสี่ยงที่คู่ค้าต่างประเทศอาจนำเหตุขัดข้องของระบบตู้แช่หรือความเสียหายของสินค้ามาเป็นเหตุผลในการปฏิเสธการชำระเงิน แม้ความเสียหายดังกล่าวอาจเกิดจากการโจมตีระบบเทคโนโลยีที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ส่งออก

รัฐบาลจึงให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาแนวทางบริหารความเสี่ยงด้านการค้าระหว่างประเทศ ทั้งการกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินในสัญญาซื้อขายสินค้า และการทำประกันภัยสินค้า เพื่อช่วยคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต

แนวทางดังกล่าวมุ่งลดความเสี่ยงด้านการส่งออกและสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พึ่งพาระบบขนส่งและจัดเก็บสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีในการรักษาคุณภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน

สมช. ประชุม 4 พฤศจิกายน ซักซ้อมแผนรับมือภัยความมั่นคง

สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายอนุทินมีกำหนดเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาควิชาการ เพื่อพิจารณาแนวทางรับมือสถานการณ์ความมั่นคงในรูปแบบต่าง ๆ

การประชุมจะให้ความสำคัญกับการประเมินสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการเตรียมแผนป้องกันและบริหารจัดการวิกฤตที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังเป็นการซักซ้อมความเข้าใจระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติและการประสานงานให้มีความชัดเจน สามารถนำแผนที่จัดเตรียมไว้มาใช้รับมือสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สมช. ยืนยันไทยมีแผนรับมือภัยไซเบอร์ พร้อมดูแลกลุ่มเสี่ยงสูง

ด้านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ภายหลังมีรายงานกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกโจมตีด้วยสปายแวร์ที่อาจเข้าถึงข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือส่วนตัว

โดยระบุว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้รายงานมาตรการเฝ้าระวังและแนวทางรับมือภัยคุกคามดังกล่าว ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมรองรับอยู่แล้ว หากตรวจพบว่าหน่วยงานหรือบุคคลใดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเข้าดูแลและดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

ส่วนการประชุม สมช. ในวันที่ 4 พฤศจิกายน จะเป็นโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทบทวนและยืนยันความพร้อมของระบบป้องกันภัยไซเบอร์ รวมถึงกำหนดรายละเอียดการปฏิบัติงานในแต่ละขั้นตอนให้สอดคล้องกัน

เลขาธิการ สมช. ยืนยันว่า ประเทศไทยมีแผนยุทธศาสตร์รองรับภัยคุกคามทางไซเบอร์อยู่แล้ว โดยการประชุมครั้งนี้จะเน้นการตรวจสอบความพร้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยคุกคามทางเทคโนโลยีควบคู่กับการดูแลผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการส่งออกและระบบจัดเก็บสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมรับมือความเสี่ยงรูปแบบใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง