รีเซต

น้ำท่วมใหญ่บราซิลทำลายวัคซีนโควิดไปมหาศาล

น้ำท่วมใหญ่บราซิลทำลายวัคซีนโควิดไปมหาศาล
TNN ช่อง16
29 ธันวาคม 2564 ( 11:43 )
80
น้ำท่วมใหญ่บราซิลทำลายวัคซีนโควิดไปมหาศาล

ทางการบราซิลเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมหนักและเขื่อนแตก 2 แห่ง ในรัฐบาเยีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ล่าสุด เพิ่มเป็น 20 คนแล้ว และประชาชนต้องพลัดถิ่นประมาณ 62,800 คน  บ้านเรือนเสียหายอย่างน้อย 5,000 หลัง  


รูอี คอสตา ผู้ว่าการรัฐบาเยีย ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 358 คน ส่งผลกระทบต่อผู้คนมากกว่า 470,000 คนที่อาศัยอยู่ใน 116 เมือง และโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายมหาศาล


พร้อมกับระบุว่า ขณะนี้พวกเขาต้องเผชิญกับ a perfect storm นั่นคือทุกสิ่งอย่างที่เลวร้ายโหมกระหน่ำมาพร้อม ๆ กัน ทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ และโรคระบาด 2 อย่างในเวลาเดียวกัน นั่นคือโควิด-19 และ ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบทั่วประเทศ


ขณะที่ยาและวัคซีนโควิด-19 ถูกทำลาย ในหลายเมืองที่ประสบอุทกภัยบางพื้นที่ ยาและวัคซีนทั้งหมดเสียหาย 100% เพราะคลังยาของทางการจมอยู่ใต้บาดาลทั้งหมด


คอสตาระบุว่า ระดับน้ำที่ท่วมครั้งนี้เป็นภัยพิบัติที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐบาเยีย มันน่ากลัวจริง ๆ มีบ้านเรือนและถนนมากมายที่ถูกน้ำท่วมจนมิด เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้เดินทางไปยังเมืองอิโตโรโร พบว่า สองชั้นแรกของอาคารสำนักงานนายกเทศมนตรีถูกน้ำท่วมจนหมด และวัคซีนที่ศูนย์สุขภาพของเมืองได้รับความเสียหายทั้งหมด


ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือต้องจัดหาวัคซีน ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นมาทดแทนอย่างเร่งด่วน และยังบอกด้วยว่าสถานที่หลายแห่งใน รัฐบาเยีย มีสภาพเหมือนถูกโจมตีทางอากาศด้วยระเบิดหรือผ่านสงครามมาเลย


สำหรับความเสียหายจากน้ำท่วมตอนนี้ บอกได้เพียงมหาศาล แต่ยังระบุตัวเลขไม่ได้ ต้องรอให้น้ำลดลงเสียก่อน จึงจะรู้ว่าต้องซ่อมแซมถนนและสะพานที่ได้รับความเสียหายเท่าไหร่


---คริสต์มาสให้กลายเป็นฝันร้าย---


วิตอเรีย โรชา วัย 81 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัยเล่าว่า เธอและครอบครัวต้องอพยพหนีน้ำท่วมตอนตี 3 ของวันคริสต์มาส


ขณะที่จูเลียนา เรอิส วัย 37 ปี เพิ่งจะได้กลับมาพบหน้าพ่อแม่ในเมืออิเตมเบอีกครั้งในวันคริสต์มาส หลังจากที่ห่างกันหลายเดือนเนื่องจากการระบาดของโควิด-19


แต่เจอกันได้ไม่นาน คริสต์มาสของพวกเขาก็กลับกลายเป็นฝันร้าย เพราะทั้งครอบครัวต้องว่ายน้ำอพยพหนีน้ำท่วมตอนเที่ยงคืน และสามีของเธอเกือบเสียชีวิต เพราะพยายามช่วยเหลือผู้ประสบภัยคนหนึ่ง


---ปัญหาโลกร้อนเป็นสาเหตุ---


ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักยาวนานเกือบสองเดือน ส่งผลให้เขื่อนอิกวา ในเมืองอิตัมเบทางตอนใต้ของรัฐบาเยียแตกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (25 ธันวาคม) และตามมาด้วยเขื่อนอีกแห่งในเมืองจุสเซียเปที่อยู่ห่างกัน 100 กิโลเมตรไปทางเหนือ แตกในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 ธันวาคม) ทำให้ต้องอพยพประชาชนอย่างเร่งด่วน มีรายงานว่า เมืองต่าง ๆ อย่างน้อย 5 รัฐในตอนเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิลก็ถูกน้ำท่วมในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเช่นกัน


หลังจากเผชิญภัยแล้งที่รุนแรงมายาวนานหลายเดือน รัฐบาเยียประสบอุทกภัยเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในบางภูมิภาค


เว็บไซต์ศูนย์เฝ้าระวังภัยพิบัติของทางการระบุว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่ฝนตกชุกที่สุดในรัฐบาเยีย ในช่วง 32 ปีที่ผ่านมา แต่ในปีนี้ทางตอนใต้ของรัฐบาเยีย มีฝนตกมากกว่าปกติถึงห้าเท่าในช่วงเวลานี้ของปี


เอแดร์ อาเกียร์ นายกเทศมนตรีเมืองจุสเซียเป ระบุว่า ปัญหาสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้นเหตุของหายนะครั้งนี้ เราทราบดีว่าฝนสามารถมองเป็นพรจากพระเจ้าได้ แต่เนื่องจากความไม่สมดุลทางนิเวศวิทยาที่เกิดจากมนุษย์ ทำให้ฝนตกมากเกินไป และทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง


คาร์ลอส โนบรี นักภูมิอากาศวิทยาชี้ว่า ฝนตกหนักในรัฐบาเยียเกิดจากภาวะโลกร้อน เพราะการระเหยของน้ำในทะเลมีมากขึ้น และมีน้ำในชั้นบรรยากาศโลกมากเกินไป และปรากฏการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องพบเห็นทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ


---อนุมัติเงินฟื้นฟูมหาศาล---


ด้านประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำของบราซิล ซึ่งขณะนี้กำลังพักผ่อนอยู่ในรัฐซานตา กาตารีนา ทางตอนใต้ ทวีตข้อความเมื่อวันอังคารว่า (28 ธันวาคม) อนุมัติเงิน 200 ล้านเรียล หรือประมาณ 1,175 ล้านบาท เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ แล้วโดยเฉพาะรัฐบาเยียที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด


นอกจากต้องเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัยแล้ว และควบคุมโควิด-19 ไปพร้อม ๆ กัน พร้อมกับจัดหาวัคซีนและอุปกรณ์ทางการแพทย์มาทดแทนส่วนที่เสียหาย


ทางการบราซิลยังต้องเฝ้าระวังเขื่อนอีก 5 แห่งในรัฐบาเยียแตกด้วย

—————

แปล-เรียบเรียง: สุภาพร เอ็ลเดรจ

ภาพ: Reuters

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง