"สหรัฐฯ" ถล่มเกาะอิหร่าน ดันน้ำมันโลกพุ่งกว่า 2%

สถานการณ์สงครามอิหร่านกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม เพิ่มความเสี่ยงต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเครื่องยิงอาวุธของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ถือเป็นการโจมตีดินแดนอิหร่านที่ได้รับการยืนยันครั้งแรกในรอบประมาณ 1 เดือน
เกาะลารักตั้งอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ โดยฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่า ตรวจพบกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ ไออาร์จีซี กำลังเตรียมใช้อาวุธเพื่อนำทุ่นระเบิดทางทะเลเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ จึงตัดสินใจโจมตีเพื่อสกัดภัยคุกคาม
สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า สหรัฐฯ ใช้โดรนในการปฏิบัติการครั้งนี้ หลังจากนั้น อิหร่านประกาศยิงขีปนาวุธตอบโต้ฐานทัพ 2 แห่งในจอร์แดน
สื่อทางการอิหร่านอ้างว่า การโจมตีสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ซ่อมบำรุง และพื้นที่จอดเครื่องบินรบ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่า ขีปนาวุธเกือบทั้งหมดถูกสกัดไว้ได้ และเบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบร้ายแรง
ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้งส่งแรงกระเพื่อมถึงตลาดพลังงานทันที ในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 31 สิงหาคม ตามเวลาตลาดเอเชีย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.52 แตะระดับ 90.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัสเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.41 อยู่ที่ 85.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดกังวลว่าอิหร่านอาจกลับมาวางทุ่นระเบิด หรือเพิ่มการโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศก่อนหน้านี้ว่า ทุ่นระเบิดในน่านน้ำสากลถูกทำลายหรือเก็บกู้แล้ว และเตือนว่าจะทำลายเรือทุกลำที่พยายามนำทุ่นระเบิดกลับมาวางใหม่
จุดที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือ อิหร่านจะจำกัดการตอบโต้ไว้ที่เป้าหมายทางทหาร หรือขยายไปยังเรือบรรทุกน้ำมันและเส้นทางเดินเรือ เพราะหากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเผชิญการปิดกั้นอย่างรุนแรง เศรษฐกิจและภาคธุรกิจทั่วโลกอาจต้องรับแรงกระแทกระลอกใหม่จากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
