ปลัดคลังจับตาคดีภาษีทรัมป์ แพ้บวก–กยศ.จ่อฟ้องลูกหนี้

#คลัง #ภาษีทรัมป์ #ทันหุ้น - ปลัดคลังประเมินศาลฎีกาสหรัฐตัดสินคดีภาษีทรัมป์ ผลออกทางไหนเศรษฐกิจไม่เสียหาย หากแพ้จะส่งผลบวก แต่หากชนะก็ไม่มีอะไรต้องเสีย เพราะทุกประเทศปรับตัวรับมือได้หมดแล้ว ด้าน กยศ.เตรียมฟ้องลูกหนี้ค้างชำระ 1 แสนราย ยอดหนี้กว่า 1 หมื่นล้าน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวถึงกรณีที่ศาลศาลฎีกาสหรัฐเตรียมตัดสินคดีภาษีนำเข้า(Tariff Case) ของทรัมป์ว่า สามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายหรือไม่ในเร็วๆ นี้ โดยระบุว่า หากศาลตัดสินให้ทรัมป์แพ้คดีในเรื่องภาษีนำเข้า ถือว่ามีแต่สิ่งที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวก แต่จะบวกมากน้อยก็ต้องรอติดตาม แต่หากว่า ทรัมป์ชนะคดี ก็ถือว่า ไม่มีอะไรเสีย เพราะทุกคนได้ปรับตัวกันได้หมดแล้ว
อย่างไรก็ดี กรณีที่มีข่าวว่า ศาลฎีกาสหรัฐจะตัดสินคดีดังกล่าวในวันที่ 14 มกราคมนี้ ก็ยังเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา มีข่าวเฟคนิวส์ออกมาระบุว่า ศาลฎีกาสหรัฐได้มีคำตัดสินในคดีดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่า ทรัมป์แพ้คดีดังกล่าว เนื่องจากไม่สามารถทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ ทำให้การจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่างๆ เป็นอันโมฆะ
** กยศ.เล็งฟ้องลูกหนี้
ด้านนางสาวนันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) เปิดเผยว่า กยศ.เตรียมดำเนินการส่งฟ้องศาลเพื่อบังคับให้ลูกหนี้กยศ.ราว 1 แสนราย ให้มาชำระหนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท
“ปัจจุบันมีลูกหนี้ กยศ. ราว 1 แสนราย ที่ไม่ได้มีการชำระหนี้และไม่ได้ติดต่อเพื่อปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ. ซึ่งตามกฎหมายของ กยศ. เมื่อลูกหนี้ค้างการชำระหนี้ครบ 10 ปี กยศ.จำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อบังคับคดีแก่ลูกหนี้เหล่านั้น”
สำหรับลูกหนี้ที่ผิดนัดการชำระหนี้กับกยศ.ครบ 10 ปี ที่มีราย 1 แสนราย โดยแต่ละรายค้างชำระหนี้ตั้งแต่ 1.2 แสนบาท ถึง 1.5 แสนบาท อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เราจะส่งฟ้อง กยศ.ได้พยายามติดต่อผู้กู้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางจดหมาย โทรศัพท์ หรือ SMS เพื่อติดต่อผู้กู้ให้ผู้กู้มีโอกาส มาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์กับกยศ.ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับการฟ้อง
** ปรับโครงสร้างหนี้
ทั้งนี้ เมื่อมีการลงนามในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ผู้กู้สามารถปลดภาระผู้ค้ำประกันได้ทันที และเบี้ยปรับจะถูกแขวนไว้ เมื่อชำระสิ้นสุดสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ.แล้ว เบี้ยปรับดังกล่าวจะถูกยกเลิกไปทั้งหมด และสุดท้ายเมื่อมีการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว จะทำให้สามารถขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ได้ยาวนานขึ้น อาจขยายไปสูงสุดถึง 15 ปี แต่การชำระหนี้งวดสุดท้ายผู้กู้จะต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี ทั้งนี้ลูกหนี้กลุ่มนี้ ยังมีเวลาจนถึงเดือนหน้าเพื่อมาขอติดต่อปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ.
ยังมีอีกประมาณ 8 หมื่นรายที่จะต้องถูกบังคับคดี เพื่อให้มาชำระหนี้กับ กยศ. ซึ่งหลังจากที่ กยศ.ฟ้องแล้ว ถ้าผู้กู้ยังไม่มาชำระหนี้ตามคำพิพากษากับ กยศ. เราจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย (ยึดทรัพย์ เพื่อชำระหนี้ ต่อไป) อย่างไรก็หากลูกหนี้ที่ถูกฟ้องบังคับคดีแล้ว ยังสามารถมาขอปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ.ได้ ก็สามารถหยุดการบังคับคดีได้เช่นกัน เพื่อเดินตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ได้ ที่ผ่านมา มีลูกหนี้ กยศ.เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ.แล้ว 8 -9 แสนราย
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 มีผู้ที่กู้ กยศ.ไปแล้วกว่า 7.30 ล้านบัญชี ในจำนวนนี้ 3.67 ล้านบัญชี เป็นลูกหนี้ที่อยู่ในระหว่างการชำระหนี้ , 1.49 ล้านบัญชี อยู่ในช่วงปลอดหนี้ ( ผู้กู้ยังไม่จบการศึกษา) , 2.06 ล้านบัญชี เป็นผู้ชำระหนี้เสร็จแล้ว และอีก 7.58 หมื่นบัญชี เสียชีวิต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
