นายกฯ กำชับ 4 ข้อรับมือน้ำท่วม เน้นแจ้งเตือน - อพยพกลุ่มเปราะบาง

วันนี้ ( 10 ต.ค. 2569 )นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยกำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ ควบคู่กับการช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังประสบภัยและฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว
นายกรัฐมนตรีระบุว่า การดูแลประชาชนต้องไม่หยุดอยู่ที่ระดับน้ำลดลง แต่ต้องครอบคลุมถึงความปลอดภัยในการกลับเข้าบ้าน การจัดการขยะ การฟื้นฟูระบบน้ำและไฟฟ้า การคืนสภาพเส้นทางและสาธารณูปโภค ตลอดจนการช่วยเหลือเยียวยาที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว
เตือนภาคใต้ 14 จังหวัด จับตาฝนระลอกใหม่
นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเน้นพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ให้เตรียมแผนเผชิญเหตุและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างรอบด้าน
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า วันนี้มีโอกาสเกิดฝนในทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีปริมาณฝนสูงสุด 92.55 มิลลิเมตร ส่วนกรุงเทพมหานครมีปริมาณฝนสูงสุด 44 มิลลิเมตร
สำหรับการคาดการณ์ฝนในช่วง 12 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันนี้ต่อเนื่องถึงวันพรุ่งนี้ คาดว่าฝนจะตกบริเวณภาคกลางและภาคตะวันตกเป็นหลัก ขณะที่ภาคใต้มีฝนต่อเนื่องถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยให้เฝ้าระวังพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจนถึงจังหวัดยะลาและนราธิวาสเป็นพิเศษ
เขื่อนเจ้าพระยาลดระบายน้ำ แต่บางปะกงยังสูง
ด้านกรมชลประทานรายงานว่า เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากอัตราสูงสุดก่อนหน้าที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ลุ่มน้ำส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะควบคุมได้ แต่แม่น้ำบางปะกงยังมีระดับน้ำสูง จึงต้องเร่งผลักดันน้ำและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาณน้ำเก็บกักประมาณ 83% ของความจุรวม และยังรองรับน้ำได้เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าระวังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และเขื่อนแก่งกระจาน
ส่วนสถานการณ์น้ำทะเลหนุน วันนี้ยังมีน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงบ่าย ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะขึ้นลงตามปกติ และคาดว่าจะหนุนสูงอีกครั้งระหว่างวันที่ 27-31 ตุลาคม 2569 จึงต้องเร่งระบายน้ำบริเวณปลายน้ำ
เร่งโอนเงินเยียวยา สำรวจความเสียหายไม่ต้องรอให้ครบ
นายกรัฐมนตรีกำชับจังหวัดที่มีประชาชนเข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา เร่งสำรวจและส่งรายชื่อมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้ดำเนินการโอนเงินโดยเร็ว พร้อมให้หน่วยงานท้องถิ่นทยอยส่งข้อมูลความเสียหายเป็นระยะ ไม่ต้องรอให้สำรวจครบทุกครัวเรือนก่อน เพื่อเร่งพิจารณาความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์
ขณะนี้รัฐบาลโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว 48,600 ครัวเรือน คิดเป็นประมาณ 12% ของจำนวนครัวเรือนที่คาดการณ์ไว้ โดยให้เร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือน ทรัพย์สิน พื้นที่เกษตรกรรม และการประกอบอาชีพของประชาชนควบคู่กัน
นายกฯ กำชับ 4 ข้อรับมือน้ำท่วม เน้นอพยพกลุ่มเปราะบาง
นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการสำคัญ 4 ข้อ เพื่อรับมือสถานการณ์อุทกภัยและลดผลกระทบต่อประชาชน ดังนี้
- แจ้งเตือนก่อนระบายน้ำ ให้กรมชลประทานร่วมกับจังหวัด อำเภอ และฝ่ายปกครอง สื่อสารกับประชาชนล่วงหน้าทุกครั้งก่อนระบายน้ำที่อาจส่งผลกระทบ พร้อมบริหารสถานการณ์อย่างรอบคอบ
- เร่งทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่ ให้จังหวัดและกรุงเทพมหานครระดมกำลังเก็บขยะ ทำความสะอาด ตรวจสอบความปลอดภัย และคืนพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกำลังพลและเครื่องมือ
- เร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยา ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวบรวมข้อมูลความเสียหายของบ้านเรือน ทรัพย์สิน พื้นที่เกษตร และอาชีพของประชาชน ก่อนทยอยส่งให้คณะกรรมการระดับอำเภอและจังหวัดพิจารณา เพื่อส่งต่อให้ ปภ. ดำเนินการตามขั้นตอน
- เตรียมรับมือฝนระลอกใหม่และวางแผนอพยพ ให้ทุกจังหวัดปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ แจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง และสำรวจพื้นที่เสี่ยงเพื่อเตรียมอพยพ โดยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีประชาชนตกค้างในพื้นที่ประสบภัย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้หน่วยงานที่ไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสำรวจความพร้อมของเครื่องมือและเครื่องจักร เช่น รถบรรทุกน้ำ รถสุขาเคลื่อนที่ เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก และรถขุดตัก เพื่อสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยเมื่อจำเป็น รวมถึงประสานผู้ประกอบการในพื้นที่จัดหาเครื่องจักรเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น ขุดลอกทางน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวาง
สั่งวางแผนส่งต่อผู้ป่วยโรงพยาบาลปราจีนบุรี
สำหรับการดูแลผู้ป่วย นายกรัฐมนตรีสั่งให้กระทรวงสาธารณสุขวางแผนส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรไปยังโรงพยาบาลอื่นในจังหวัดปราจีนบุรี รวมถึงโรงพยาบาลค่ายทหารและโรงพยาบาลของกองทัพที่มีศักยภาพรองรับ โดยกระจายผู้ป่วยตามความพร้อมของแต่ละแห่ง ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจักรพงษ์เพียงแห่งเดียว เพื่อลดความจำเป็นในการเปิดโรงพยาบาลสนาม และให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาในสถานพยาบาลที่มีเครื่องมือและเวชภัณฑ์พร้อม
นายกรัฐมนตรียังระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายระดับโลก รัฐบาลจึงต้องเตรียมทรัพยากรและงบประมาณล่วงหน้า พร้อมเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการเยียวยากับการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วม เพิ่มเส้นทางระบายน้ำ และจัดการปริมาณน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการแก้ปัญหาซ้ำทุกปี
รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย และมีแนวทางขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่อื่น รวมถึงภาคใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำหลาก
นอกจากนี้ ภายในสัปดาห์หน้าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมธนาคารโลกจาก 190 ประเทศ ประมาณ 20,000 คน นายกรัฐมนตรีจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินและคาดการณ์สถานการณ์อย่างแม่นยำ เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
