สธ.ย้ำห้างต้องเข้มงวด วอนคนไทยยกการ์ดสูง หลังพบติดเชื้อโควิด-19 ใน ปท.

สธ.ย้ำห้างต้องเข้มงวด วอนคนไทยยกการ์ดสูง หลังพบติดเชื้อโควิด-19 ใน ปท.
มติชน
16 กันยายน 2563 ( 16:16 )
38
สธ.ย้ำห้างต้องเข้มงวด วอนคนไทยยกการ์ดสูง หลังพบติดเชื้อโควิด-19 ใน ปท.
สธ.ย้ำห้างต้องเข้มงวด วอนคนไทยยกการ์ดสูง หลังพบติดเชื้อโควิด-19 ใน ปท. 

วันนี้ (16 กันยายน 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยนายอมร อมรกุล ผู้จัดการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัทเดอะมอล กรุ๊ป จำกัด ร่วมแถลงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในห้างสรรพสินค้า

 

 

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า ห้างสรรพสินค้าเป็นพื้นที่ได้รับการผ่อนคลายตั้งแต่ระยะแรก เนื่องจากมีบริการหลายอย่างที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้ารับบริการ จึงอยากให้ห้างสรรพสินค้าคงมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ได้แก่ จัดจุดล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล ให้พนักงานทุกคนคัดกรองตนเอง วัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน สวมหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ให้บริการ จัดพื้นที่แบบเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ทำความสะอาดพื้นผิวอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง โดยเน้นจุดสัมผัสร่วม ลดความแออัดโดยจัดโต๊ะ เก้าอี้ และกำหนดจำนวนคนเข้าลิฟต์ มีมาตรการคัดกรอง วัดอุณหภูมิผู้เข้ารับบริการ ใช้แอพพลิเคชั่นในการติดตาม จัดระบบระบายอากาศภายในอาคาร โดยทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยทุก 6 เดือน

 

“สำหรับการจัดบริการในจุดสำคัญ โดยเฉพาะร้านอาหาร ซึ่งไม่สามารถสวมหน้ากากผ้าได้ตลอดเวลาขณะรับประทาน จึงต้องเน้นลดการสัมผัสร่วม เช่น จัดเครื่องปรุง จานช้อน แยกเป็นชุด ผู้ปรุงประกอบอาหารดูแลความสะอาดของร่างกายและสวมอุปกรณ์ป้องกัน ให้ความรู้ทั้งแก่พนักงานและประชาชน จัดบริการชำระเงินเพื่อลดการพูดคุยและสัมผัสระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ควบคุมสุขาภิบาลน้ำให้ระดับคลอรีนสะสมเพียงพอต่อการป้องกันโรคคือ 0.2-0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) โดยต้องตรวจวัดทุกวันที่บริเวณจุดพักน้ำและปลายทางก๊อกน้ำ มีการจัดการขยะทุกวัน และทำความสะอาดห้องส้วมอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง” พญ.พรรณพิมล กล่าว

 

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า ทั้งนี้ สธ.ยังออกกำกับติดตามการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการ โดยติดตามตรวจสอบการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส สุขาภิบาลอาหารและน้ำ ระบบระบายอากาศ ระดับคลอรีนในน้ำ และการจัดการขยะ

 

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สำหรับผู้ใช้บริการห้างสรรพสินค้าต้องลงทะเบียนเข้า-ออกห้างสรรพสินค้า และร้านต่างๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งหลังสัมผัสจุดเสี่ยง เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล วางแผนการใช้บริการเพื่อลดระยะเวลา และปฏิบัติตามคำแนะนำของห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตาม มาตรการป้องกันตนเองของประชาชนที่เคยลดลงเหลือเพียงกว่าร้อยละ 80 แต่เมื่อมีรายงานการติดเชื้อภายในประเทศ ทำให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของการป้องกันตนเอง ทำให้ขณะนี้มาตรการป้องกันตนเองกลับมาสูงมากกว่าร้อยละ 90 แล้ว ทั้งการสวมหน้ากาก การล้างมือ การเว้นระยะห่าง การทำความสะอาด ถือว่าทำได้ดีขึ้นจนน่าพอใจ

 

 

ด้าน นายอมร กล่าวว่า บริษัทดำเนินการมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามที่ สธ.กำหนด และพยายามสร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตตามปกติของประชาชนและการป้องกันโรค โดยกำหนดเป็น 5 มาตรการหลักที่ต้องไม่ย่อหย่อน และ 6 มาตรการเสริม รวม 100 มาตรการ เช่น การคัดกรองวัดอุณหภูมิทุกคนที่เข้ามาในอาคารสถานที่ ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ อย่างพนักงานมีการคัดกรองอย่างน้อย 2 ครั้ง ซักประวัติสุขภาพ พร้อมให้ความรู้และจัดอบรม ทุกคนสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยขณะใช้บริการ หากไม่สวมใส่ก็ต้องขออภัยที่ไม่สามารถอนุญาตให้เข้าพื้นที่ การลดความแออัด โดยจัดทุกพื้นที่ให้มีระยะห่าง กำหนดจำนวนคนเข้าลิฟต์โดยมีการจัดคิว รวมถึงการจัดคิวการเข้าห้องน้ำ

 

“พร้อมทั้งมีมาตรการสร้างสังคมไร้สัมผัส ทั้งการจ่ายเงิน การรับบัตรจอดรถ หรือบัตรเครดิตต่างๆ โดยการใช้แอพพ์ฯ หรือการสแกนคิวอาร์โค้ดทดแทน การทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส ซึ่งมาตรการเหล่านี้รวมถึงกลุ่มธุรกิจต่างๆ ภายในห้างสรรพสินค้าด้วย เช่น ร้านตัดผม มีการทำความสะอาดและเปลี่ยนอุปกรณ์ชุดใหม่ทุกครั้ง ร้านอาหารจัดอุปกรณ์และเครื่องปรุงเป็นชุด เพื่อลดการสัมผัส เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องสำอางที่งดการใช้สินค้าทดลองหรือเทสเตอร์ออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัย” นายอมร กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง