รีเซต

สอท.-3สกญ.ในสหรัฐ ผนึกกำลังชุมชนไทย เร่งช่วยคนเจอพิษโควิด

สอท.-3สกญ.ในสหรัฐ ผนึกกำลังชุมชนไทย เร่งช่วยคนเจอพิษโควิด
มติชน
18 พฤษภาคม 2563 ( 05:24 )
169
สอท.-3สกญ.ในสหรัฐ ผนึกกำลังชุมชนไทย เร่งช่วยคนเจอพิษโควิด

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงที่สุดในโลกชนิดที่เชื่อได้ว่าคงไม่มีประเทศไหนจะแซงได้ โดยสถานะล่าสุด ณ วันที่ 16 พฤษภาคม มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 1,484,285 คน และผู้เสียชีวิต 88,507 คน แต่ไม่ว่าจะมีตัวเลขที่ดูน่าหวาดหวั่นเพียงใด รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงผลักดันให้มีการเปิดเมืองเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อไป แม้จะมีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญว่า การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เร็วเกินไปอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่ควรต้องเกิดก็ตามที

สหรัฐถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนไทยอาศัยอยู่มากที่สุดคือราว 488,000 คน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐ และกระจัดกระจายในเมืองใหญ่ต่างๆ เช่น นครลอสแอนเจลิส นครนิวยอร์ก นครชิคาโก เมืองไมอามี เมืองดัลลัส และเขตกรุงวอชิงตันและพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนใหญ่ตั้งรกรากถิ่นฐาน มีครอบครัว และมีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐ และมีนักเรียนนักศึกษาที่มาศึกษาต่อในสหรัฐประมาณ 6,636 คน ปัจจุบันมีคนไทยในสหรัฐเสียชีวิตจากโควิด-19 แล้ว 10 คน

นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในสหรัฐทวีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สถานเอกอัครราชทูต(สอท.) ณ กรุงวอชิงตัน และสถานกงสุลใหญ่(สกญ.)ทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย สกญ. ณ นครลอสแอนเจลิส สกญ. ณ นครชิคาโก และสกญ. ณ นครนิวยอร์ก ต่างก็ระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบ โดยในส่วนของชุมชนไทยในสหรัฐ สอท.และสกญ.ได้ทำการแจกหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยให้ชุมชนไทยและบุคลากรทางการแพทย์คนไทยผ่านสมาคมไทยและวัดไทย แจกข้าวสารอาหารแห้ง ของอุปโภคบริโภค และของใช้จำเป็นให้ชุมชนไทยที่เดือดร้อน คนไทยที่ต้องกักตัว และผู้สูงอายุ โดยได้รับงบประมาณและอาหารทั้งจากรัฐบาลและที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนไทยผ่านสมาคมและวัดไทย มีการสนับสนุนงบประมาณโครงการช่วยเหลือชุมชนไทยต่างๆ ของสมาคมไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ธุรกิจและแรงงานไทย นอกจากนี้ยังคอยประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องให้คนไทยในสหรัฐทราบอย่างชัดเจนและรวดเร็วที่สุด รวมถึงมีสายโทรศัพท์สายด่วนตอบคำถามและช่วยแก้ไขปัญหาตามสถานการณ์ที่แตกต่างของแต่ละคนอย่างทั่วถึง

ส่วนภารกิจในการส่งคนไทยกลับบ้าน สอท.และสกญ.ไทยในสหรัฐดำเนินการตามนโยบาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิภาพของคนไทยในต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญอันดับต้นแก่กลุ่มเยาวชนและนักเรียน ตลอดจนผู้ประสบปัญหากลุ่มต่างๆ ที่ตกค้างให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้สอท.ได้เปิดระบบให้คนไทยลงทะเบียนเพื่อแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางกลับไทยและรับข่าวสารในช่วงภาวะฉุกเฉินตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ www.thaiembdc.org/emergencyreg ปัจจุบันมีคนมาลงทะเบียน 6,013 คน

 

ที่ผ่านมา สอท.และ สกญ. ทั้ง 3 แห่ง ได้รับการจัดสรรโควต้าจากรัฐบาลให้ส่งคนไทยกลับบ้านไปแล้วสองช่วง คือช่วง 17-19 เมษายนและ 10-19 พฤษภาคม รวมเกือบ 1,250 คน ทั้งผ่านความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมไทยกับสหรัฐ สายการบิน Korean Air สายการบิน Asiana และการบินไทย นอกจากนี้สอท.และสกญ.อยู่ระหว่างการอำนวยความสะดวกคนไทยกลับบ้านเพิ่มเติมช่วงปลายเดือนพฤษภาคมอีกประมาณ 300 คน กลุ่มคนไทยที่เดินทางมาสหรัฐชั่วคราวมีทั้งนักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และผู้ที่มาทำงานตามสัญญาจ้าง ซึ่งคนกลุ่มนี้จำนวนมากได้ทยอยเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว และมีบางส่วนสมัครใจที่จะอยู่ต่อจนเรียนจบหรือหมดสัญญาจ้าง

ทั้งนี้คนไทยกลุ่มแรกประมาณ 400 คนที่เดินทางกลับถึงไทยแล้วโดยกว่าร้อยละ 90 เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ที่เดินทางมาศึกษาเล่าเรียนในสหรัฐตามโครงการแลกเปลี่ยนต่างๆ ประมาณ 11 โครงการ (AFS/CETUSA/InterExchange/iStudy/MPLC/OEG/Rotary/Youth Exchange/ YFU/Education First/YES Thailand/IEE Thailand และ Engenius อีกร้อยละ 10 เป็นผู้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและได้รับการพิจารณาจากเหตุผลทางมนุษยธรรม อาทิ ผู้ประสบปัญหาสุขภาพทั้งตนเอง พ่อแม่ หรือญาติใกล้ชิดที่ประเทศไทย วีซ่าหมดอายุซึ่งสอท.และสกญ.ทั้ง 3 แห่งได้ให้ข้อแนะนำช่องทางและแนวทางการแจ้งขออนุญาตขยายเวลาจากทางการสหรัฐด้วย หรือคนที่ไม่มีเงินและไม่มีที่พักเพียงพอที่จะพำนักต่อในสหรัฐได้
ขณะที่ปัจจุบันยังมีกลุ่มคนที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทยภายในวันที่ 30 มิถุนายน อีกประมาณเกือบ 3,500 คน แบ่งเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียเกือบ 900 คน รัฐฟลอริดาเกือบ 500 คน รัฐนิวยอร์กเกือบ 350 คน ส่วนรัฐที่เหลือรัฐละไม่ถึง 200 คน

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือ “ประชารัฐ” ระหว่างสอท.และสกญ. 3 แห่งร่วมกับชุมชนไทยในการช่วยเหลือผู้ตกค้างในสหรัฐ ได้รับความร่วมมือจากแพทย์ไทยในสหรัฐฯ ในการอำนวยความสะดวกออกใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ให้กับคนไทยที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ทั้งที่รับการตรวจ ณ สถานพยาบาล และคณะแพทย์อาสาที่ช่วยตรวจสุขภาพให้แก่คนไทยที่เดินทางกลับประเทศไทยโดยเที่ยวบินพิเศษ และยังได้รับความร่วมมือจากสมาคมนักเรียนไทยในสหรัฐในการรวบรวมรายชื่อแพทย์และสถานพยาบาลในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศสหรัฐ ที่เคยออกใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ให้กับคนไทยที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งช่วยลดเวลาการหาสถานพยาบาลที่สามารถออกใบรับรองแพทย์ดังกล่าวได้

สมาคมและชุมชนไทยในสหรัฐยังช่วยสื่อสารกับคนไทยในชุมชนเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตนในภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังร่วมจัดกิจกรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่คนไทยในสหรัฐในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนภารกิจการส่งคนไทยเดินทางกลับประเทศอย่างดียิ่ง ชุมชนไทยยังมีส่วนร่วมกับสอท.และสกญ.ทั้งสามแห่ง ในการแนะนำที่พักราคาย่อมเยา สะอาดและปลอดภัย สำหรับคนไทยจำนวนหนึ่งประสบปัญหาในการหาที่พักระหว่างรอการเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งสอท.ได้รวบรวมเป็นทางเลือกให้กับคนไทยไว้ที่ https://thaiembdc.org/recommendaccom/

ตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ไทยและสหรัฐได้มีการพึ่งพากันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยสำนักงานศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(ซีดีซี)ของสหรัฐประจำประเทศไทยเป็นสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดของซีดีซีในต่างประเทศ มีประสบการณ์ในการทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงสาธารณสุขของไทยในการป้องกันและรับมือกับโรคระบาดทั้งในไทย ในภูมิภาค และในระดับโลก

เมื่อเดือนมีนาคม องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา(USAID) สำนักงานภาคพื้นเอเชียก็ได้บริจาคชุดพีพีอีให้กับกระทรวงสาธารณสุขของไทย และยังได้มอบเงินช่วยเหลือกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ไทยผ่านองค์การระหว่างประเทศต่างๆ อาทิ องค์การอนามัยโลก กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ และองค์การแฟมิลี่ เฮลท์ อินเทอร์เนชั่นแนล ขณะที่ในเดือนเมษายน กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ และ USAID ยังจัดสรรความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้ไทยอีกกว่า 2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยในการเตรียมระบบห้องทดลอง ระบบสอดส่องดูแลกรณีและพื้นที่ติดเชื้อ บุคลากรทางเทคนิค การสื่อสารความเสี่ยง และการควบคุมและป้องกันการระบาด ซึ่งเป็นความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากความช่วยเหลือจากสหรัฐแก่ไทยที่มีมายาวนานถึง 20 ปีรวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขราว 213 ล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่ชาติสมาชิกอาเซียนนการรับมือกับโควิด-19 เป็นเงิน 35.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง