โบรกชี้เป้าหุ้นไทยยังไปต่อ ! Fund Flow ไหลเข้า 4.3 หมื่นล้านบาท

SET Index ในสัปดาห์ผ่านมาปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากสถานะซื้อสุทธิต่อเนื่องของนัก ลงทุนต่างชาติ และความหวังว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้
นอกจากนี้ ตลาดหุ้น ไทยยังมีปัจจัยบวกจากรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทยที่ออกมาดีกว่าคาด และ สภาพัฒนาการณ์เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ได้ ปรับทบทวนตัวเลขคาดการณ์จีดีพีไทยในปี 2569 เป็น 2.0% จากคาดการณ์ เดิมที่ 1.7% ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยลงบางส่วน
ทั้งนี้หุ้นหลายกลุ่มปรับตัวขึ้น นำโดย หุ้นกลุ่มแบงก์จากประเด็นเรื่องเงินปันผล หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่ง ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำ มันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รายใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ดีกว่าคาด
โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้แนว 1,500 จุดในระหว่างสัปดาห์โดยแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 1 ปี 4 เดือนที่ 1,496.61 จุด ก่อนจะย่อตัวลงบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางแรงเทขาย ท าก าไร ประกอบกับตลาดยังคงรอติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้ายังไปต่อหรือไม่ หลังขึ้นมาร้อนแรงนับตั้งแต่เลือกตั้ง และจะมีปัจจัยบวก-ลบอะไรที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สงครามทางการค้า ในวันนี้ TNN Online พาไปไขคำตอบจากกูรูตลาดทุนกันค่ะ
เริ่มจาก “ภราดร เตียรณปราโมทย์" ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส ฉายภาพว่า ตั้งแต่วันเลือกตั้ง ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 125 จุด หรือ 9.2% ถือว่าเป็นการขึ้นแรงอันดับต้นๆ ของโลก โดยได้แรงหนุนจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าอย่างหนาแน่นกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท (ภายในช่วงเวลาแค่ 10 วันทำการเท่านั้น) โดยมีต้นทุนเฉลี่ยราว 1,430 จุด ถือเป็นหนึ่งในแนวรับสำคัญของ SET Index หากมีปัจจัยกดดันให้ย่อตัวลงมา
SET Index ขึ้นมาแรงมีโอกาสถูกขายทำกำไรและย่อตัวลงมาได้บ้าง หลังดัชนีพุ่งขึ้นมาเร็วจนเข้าใกล้จุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 4 เดือน ที่ 1,506 จุด พร้อมกับกราฟรายวันในเชิงเทคนิค RSI เข้าเขต Overbough ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะถูกขายทำกำไรสั้นๆ และย่อตัวลงมาได้
ส่วนมองแนวโน้มหุ้นไทยสัปดาห์หน้า ยังมีโอกาสเดินหน้าต่อ แต่ระดับการขึ้นอาจจะไม่ได้ร้อนแรงเหมือนช่วง 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา ตราบที่ Fund Flow ยังไหลเข้าต่อเนื่อง และอีกมุมจะสังเกตได้ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้มีประเด็นการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่? แต่ Fund Flow ก็ยังไหลเข้าทุกวัน แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนต่างชาติให้น้ำหนักว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นโมฆะน้อย
ด้านแนวโน้มกำไรงวด 4Q68 ที่ทยอยประกาศออกมาล่าสุดดีกว่าตลาดคาดราว 8% และมีโอกาสเติบโตราว 80% -90% YoY ถือเป็น Sentiment ที่ดีหนุนตลาดหุ้นเดินหน้าต่อ ประเมินดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450 จุด - 1,510 จุด
อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีความกังวลว่า กกต.เลือกตั้งใหม่นั้น เชื่อว่ากระทบต่อตลาดหุ้นแน่นอน เพราะ Fund Flow ที่ไหลเข้ามาอย่างหนาแน่นหลังเลือกตั้ง หนุน SET Index เร่งขึ้น หลักๆ เกิดจากความคาดหวังเสถียรภาพทางการเมือง ความต่อเนื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และโอกาสที่นโยบายภาครัฐจะออกมาเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับรัฐบาลก่อนหน้า แต่ถ้าเลือกตั้งใหม่ ความไม่แน่นอนกลับมา การจัดตั้งรัฐบาล และความต่อเนื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้าออกไป กดดัน Fund Flow ไหลออกและดัชนีปรับตัวลงแรงได้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำลงทุนในหุ้นสภาพคล่องสูง ราคา Laggard ตลาด รวมถึงหุ้นอิงราคา Commodity แต่ต่างชาติทยอยซื่อสะสมต่อเนื่อง ตั้งแต่วันเลือกตั้งเป็นต้นมา
หุ้นเด่น
- BDMS ราคาเป้าหมาย 175 บาท
- BBL ราคาเป้าหมาย 30 บาท
- CPALL ราคาเป้าหมาย 53.5 บาท
- MTC ราคาเป้าหมาย 52 บาท
- PTTEP ราคาเป้าหมาย 140 บาท
ฝั่ง “ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์" AISA, CFTe ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี มองว่า ในสัปดาห์หน้าหุ้นไทยแกว่ง Sideways/Up หลัง SET ผ่านช่วงการพักฐานปลายสัปดาห์ก่อนไปแล้ว ขณะที่โอกาส Fund Flows สลับสหรัฐฯที่มี Valuation ตึงตัวและความเสี่ยงเพิ่มขึ้น กรณีล่าสุดฝั่ง Private Credit ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวโยง AI Disruption ต่อหุ้น Software ผสาน เงินตะกร้า EM ที่สลับออกจากอินโดฯ ไหลเข้าไทย ยังมีสัญญาณทางบวกเศรษฐกิจเริ่มมีทรงเติบโตจากการลงทุนภาคเอกชน ผสาน เงินบาทแข็งค่า 31.1- 31.2 บาท หุ้นเด่น 1. 10 หุ้นเป็นแกนยกระดับ ROE ของ SET = PTT, BDMS, CPALL, GULF, GPSC, BBL, IVL, PTTGC, AOT, BEM 2. หุ้นคาดกำไร 4Q25F ออกมาดีสัปดาห์หน้า = PYLON, AP, SC, PTG, SJWD, OSP
ส่วนประเด็น กรณีเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดมองเป็นจิตวิทยาเชิงลบระยะสั้น คาดจะกระทบการตั้งรัฐบาลล่าช้า แนวรับ SET 1,450 และแนวรับถัดไปที่ 1,400 จุด worst case 1,380 จุด อย่างไรก็ตาม คาดว่ามีโอาสไปทางเลือกตั้งบางจุดที่มีประเด็นมากกว่า แนวรับแรก 1,475 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,450 จุด
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- 23 ก.พ. คำสั่งซื้อสินค้าคงทน ธ.ค.ของสหรัฐฯ คาด -1.4%m-m คำสั่งซื้อโรงงาน ธ.ค. คาด +1.0%m-m
- 23 ก.พ. ติดตามรายงานดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ก.พ. ของ Conf. Board
- 25 ก.พ. ติดตามรายงานเงินเฟ้อ CPI ม.ค. รายงานครั้งสุดท้ายของยุโรป คาด +1.7y-y
- 25 ก.พ. ติดตามการประชุม กนง.ของไทย คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับ 1.25%
- 27 ก.พ. เงินเฟ้อ PPI ม.ค. ของสหรัฐฯ คาด +0.3%m-m vs prev. +0.5%
- 27 ก.พ. ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม ม.ค. ของญี่ปุ่นคาด +5%m-m vs prev. -0.1%
ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า แนวต้านแรก 1,506 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,515 จุด แนวรับแรกที่ 1,460 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,440 จุด
หุ้นเด่นสัปดาห์หน้า : แนะนำ
• AWC (TP26F-2.75): หุ้นปรับฐานเป็นโอกาสสะสมรับภาพท่องเที่ยวปี 26F ฟื้นแข็งแกร่ง
• AMATA(TP26F-24): หุ้นหลักที่ได้ประโยชน์รัฐบาลใหม่ผลักดันการลงทุนลำดับต้น
• GPSC (TP26F-52): อีกหนึ่งในหุ้นหลักในธีมลงทุน+คาดUS Bond Yield สลับปรับลง หนุนจิตวิทยาลงทุน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
