รีเซต

เปิดสเปก “Learjet 60” เจ็ตธุรกิจสุดแรง ดิ่งสู่โศกนาฏกรรมฟลอริดา คร่า 9 ชีวิตในสหรัฐฯ

เปิดสเปก “Learjet 60” เจ็ตธุรกิจสุดแรง ดิ่งสู่โศกนาฏกรรมฟลอริดา คร่า 9 ชีวิตในสหรัฐฯ
TNN ช่อง16
2 พฤศจิกายน 2569 ( 16:36 )

เครื่องไอพ่นธุรกิจ Learjet 60 ของ Bombardier ประสบอุบัติเหตุตกในย่านที่พักอาศัยของเมืองเลกเวิร์ธบีช รัฐฟลอริดา คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 9 คน ข้อมูลวินาทีสุดท้ายจากการสื่อสารกับห้องควบคุมการบินระบุว่าเครื่องดิ่งลงด้วยอัตราที่รุนแรงเกินปกติ ขณะนี้ NTSB เข้าสอบสวนแล้ว

Learjet 60 คือเครื่องอะไร ใครผลิต

Learjet 60 เป็นเครื่องบินไอพ่นธุรกิจขนาดกลางของ Bombardier ผู้ผลิตสัญชาติแคนาดา ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ guardianjet.com ที่ปรึกษาด้านเครื่องบินส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ skyaccess.com เว็บไซต์แพลตฟอร์มตลาดซื้อขายและจองบริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ระบุว่าเครื่องบินรุ่นนี้เปิดตัวในปี 1993 และติดตั้งเครื่องยนต์ Pratt & Whitney PW305A จำนวนสองเครื่องด้วยกัน

สำหรับสมรรถนะทำความเร็วสูงสุดได้ราว 465 นอต หรือประมาณ 860 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินอยู่ที่ 51,000 ฟุต หรือราว 15,500 เมตร สูงพอจะบินพ้นสภาพอากาศแปรปรวนและการจราจรทางอากาศส่วนใหญ่ สำหรับพิสัยการบินอยู่ที่ราว 2,405 ไมล์ทะเล หรือราว 4,450 กิโลเมตร

ส่วนความจุขอห้องโดยสารจัดแบบมาตรฐานได้ราว 6-8 ที่นั่ง ส่วนรุ่น 60XR มีผู้โดยสารรวมสูงสุดได้ 9 คน โดยมักใช้เป็นเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เจ็ตธุรกิจที่เน้นความคล่องตัวและสมรรถนะ เหมาะกับการบินข้ามรัฐหรือข้ามภูมิภาค

* อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้มีรายละเอียดที่ยืนยันตัวรุ่นของเครื่องบินออกมาอย่างเป็นทางการ ข้อมูลนี้จึงเป็นเพียงรายละเอียดเบื้องต้นของ Learjet 60 ตามที่ปรากฏบนเว็บไซต์เท่านั้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) ระบุว่า ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) เครื่อง Learjet 60 ออกจากสนามบินนานาชาติออสติน-เบิร์กสตรอม สนามบินพาณิชย์หลักที่ให้บริการในรัฐเท็กซัส เพื่อมุ่งหน้าสู่ สนามบินนอร์ทเอลูเธอรา ในบาฮามาส ก่อนตกลงในย่านที่พักอาศัยของเลกเวิร์ธบีช เทศมณฑลปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ผู้อยู่บนเครื่องเสียชีวิตทั้ง 9 คน ตามที่เจ้าหน้าที่ด้านการขนส่งของสหรัฐฯ แถลง

ตามบันทึกของ FAA เครื่องลำนี้มีบริษัทที่จดทะเบียนในรัฐเดลาแวร์เป็นเจ้าของ โดยผู้ว่าการรัฐฟลอริดา รอน เดอซานติส  (Ron DeSantis) ระบุว่าจากวิดีโอ เหตุการณ์นี้น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง และเปรียบว่าเครื่องพุ่งลงมาอย่างเร็วและแรงจนดูเหมือนเหมือนขีปนาวุธ ตามด้วยการระเบิดรุนแรงและเศษซากกระจายเป็นวงกว้าง โดยจุดตกกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ริมถนน และมีการอพยพประชาชนราว 600 คนไปยังศูนย์พักพิง 2 แห่งแล้ว

วินาทีสุดท้ายจากเทปวิทยุ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เทปการสื่อสารกับศูนย์ควบคุมการบินไมอามีที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ LiveATC ถูกระบุว่าบันทึกช่วงสุดท้ายไว้ได้อย่างละเอียด 

ลำดับเหตุการณ์ตามรายงาน ดังนี้

  • นักบินแจ้งว่ากำลังจัดการกับน้ำแข็ง (managing the ice) และเจอสภาพอากาศที่ปั่นป่วนระดับปานกลาง จึงขอเปลี่ยนไปหาเส้นทางบินที่ราบรื่นกว่า
  • ไม่ถึงนาทีต่อมา มีเสียงประกาศ “Mayday” หรือสัญญาณขอความช่วยเหลือ ว่าเครื่องกำลังลดความสูงฉับพลันที่ 10,000 ฟุต/นาที
  • ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ประกาศภาวะฉุกเฉิน อัตราดิ่งเพิ่มเป็น 20,000 ฟุต/นาที
  • ไม่ถึง 20 วินาทีต่อมา แจ้งว่ากำลังจะชนพื้น โดยอัตราดิ่งแตะ 22,000 ฟุต/นาที และเครื่องเริ่มเอียงตัว
  • ประมาณ 35 วินาทีหลังประกาศ Mayday ครั้งแรก เสียงสุดท้ายจากห้องนักบินคือประโยคที่พูดว่า “เราหมดเวลาแล้ว" (We’re out of time)

ทั้งนี้ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 แสดงอัตราการดิ่งแนวดิ่งในบางช่วง เกิน 32,000 ฟุต/นาที ซึ่งสูงกว่าตัวเลขในเทปวิทยุ ส่วนทางฝั่งของ AccuWeather บริษัทเอกชนจากสหรัฐอเมริกาที่ให้บริการด้านการพยากรณ์อากาศเชิงพาณิชย์ ระบุว่าขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนักและพายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่

อย่างไรก็ตามรายละเอียดต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดย NTSB คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ ประกาศเปิดการสอบสวนแล้ว ส่วน Bombardier ยืนยันจะให้ความร่วมมือเต็มที่ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง