โควิด-19 : โลกรับมือกับไข้หวัดใหญ่สเปนที่คร่าอย่างน้อย 50 ล้านชีวิตเมื่อศตวรรษที่แล้วอย่างไร

โควิด-19 : โลกรับมือกับไข้หวัดใหญ่สเปนที่คร่าอย่างน้อย 50 ล้านชีวิตเมื่อศตวรรษที่แล้วอย่างไร
บีบีซี ไทย
10 พฤษภาคม 2563 ( 08:57 )
134
โควิด-19 : โลกรับมือกับไข้หวัดใหญ่สเปนที่คร่าอย่างน้อย 50 ล้านชีวิตเมื่อศตวรรษที่แล้วอย่างไร
Getty Images

การเปรียบเทียบความเหมือน-ต่าง ระหว่างไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่และไข้หวัดใหญ่สเปนในปี 1918 อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด

โควิด-19 เป็นโรคชนิดใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนสูงอายุเป็นพิเศษ ในขณะที่ไข้หวัดสายพันธุ์อันตรายซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลกในปี 1918 นั้นมักส่งผลกระทบคนอายุระหว่าง 20-30 ปี ที่มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนมาตรการการรับมือในส่วนรัฐบาลและประชาชนเพื่อป้องกันการระบาดของโรคกลับดูคล้าย ๆ กัน

สำนักสาธารณสุขอังกฤษย้อนกลับไปศึกษาการแพร่ระบาดของไข้หวัดสเปนเพื่อร่างแผนรับมือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเบื้องต้น บทเรียนสำคัญคือการแพร่ระบาดในระลอกที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 1918 กลับรุนแรงกว่าระลอกแรกเสียอีก

ตอนนั้น อังกฤษยังทำสงครามอยู่ตอนพบผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่รายแรกในเดือน พ.ค. รัฐบาลสหราชอาณาจักร และของหลายประเทศอื่น ต่างก็ตั้งตัวไม่ทัน ดูเหมือนพวกเขาตัดสินใจว่าจะให้ความสำคัญกับการทำสงครามมากกว่า

Getty Images
ผู้หญิงที่ทำงานที่กระทรวงว่าการสงครามเดินเป็นเวลา 15 นาที ทั้งเช้าและเย็น เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางการระบาดของไข้หวัดใหญ่สเปน (รูปจาก Hulton Archive/Getty Images)

รายงานในปี 1919 โดย เซอร์ อาเธอร์ นิวซ์โฮล์ม จากราชแพทยสมาคมแห่งสหราชอาณาจักร ระบุว่า โรคแพร่ระบาดเหมือนไฟป่า ไม่ว่าจะเป็นในระบบขนส่งทางการทหารที่มีคนหนาแน่น และโรงงานผลิตอาวุธ

ทว่า "บันทึกคำแนะนำสำหรับสาธารณชน" ที่เขาเขียนขึ้นในเดือน ก.ค. ปี 1918 ซึ่งแนะนำให้คนอยู่บ้านหากมีอาการป่วย กลับถูกรัฐบาลนำไปเก็บไว้ไม่ให้เผยแพร่

เซอร์ อาเธอร์ บอกว่า อาจจะช่วยชีวิตคนได้มากมาย หากทำตามคำแนะนำนี้ แต่เขาก็ระบุเสริมว่า "มีสถานการณ์ระดับชาติที่ทำให้ต้องทำภารกิจใหญ่ต่อไป แม้ว่าจะเสี่ยงทั้งสุขภาพและชีวิต"

Getty Images

ในปี 1918 ไม่มีทั้งวิธีรักษาไข้หวัดใหญ่ และยาแก้อักเสบสำหรับอาการแทรกซ้อนอย่างอาการปอดบวม และแล้วโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ไม่อาจรับมือไหว

แม้ว่าโรงละคร โรงภาพยนตร์ และโบสถ์ จะปิดทำการไปหลายเดือน แต่ตอนนั้นไม่มีคำสั่งจากส่วนกลางเป็นแนวทางในการลดการแพร่ระบาดของโรค

ผับส่วนใหญ่ก็ยังเปิด แม้ว่าจะมีการจำกัดชั่วโมงเปิดทำการเนื่องจากเป็นช่วงสงคราม แม้ว่าลีกฟุตบอลใหญ่จะยกเลิก แต่ก็ยังมีเกมการแข่งขันอื่น ๆ ในระดับภูมิภาค ทั้งทีมผู้ชายและทีมผู้หญิง ที่จำกัดคนดู ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ตลอดช่วงที่มีการระบาดใหญ่

มีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อตามสถานที่ต่าง ๆ ในเมือง บางคนใส่หน้ากากอนามัย แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ใช้ชีวิตตามปกติ

Getty Images

นอกจากนี้ คำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขก็ยังฟังดูน่าสับสนอีกด้วย เหมือนกับที่ทุกวันนี้มีข่าวปลอมมากมาย และการขาดความรู้เรื่องสาธารณสุขในหมู่ประชาชนเองก็ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่เข้าไปใหญ่

สมาชิกผู้แทนราษฎรพรรคคอนเซอร์เวทีฟ คลอด โลเธอร์ ถึงกับถามในสภาว่า "เป็นความจริงหรือเปล่าที่การกินโกโก้สามครั้งต่อวันจะช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ ?"

มีใบปลิวและการรณรงค์ให้ความรู้คนว่าการไอและจามทำให้เชื้อแพร่ระบาดได้

เดือน พ.ย. ปี 1918 นสพ.นิวส์ออฟเดอะเวิลด์ แนะนำคนอ่านว่า ให้ล้างผนังด้านในจมูกด้วยสบู่และน้ำทุกเช้าและก่อนนอน บังคับให้ตัวเองจามตอนดึกและตอนเช้า หายใจให้ลึก อย่าใส่ผ้าพันคอ ออกไปเดินเร็ว ๆ สม่ำเสมอ และเดินจากบ้านไปที่ทำงาน และก็กินข้าวต้มเยอะ ๆ

ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ไม่ได้รับผลกระทบจากไข้หวัดใหญ่สเปน แต่ความพยายามของรัฐบาล และผลกระทบในแต่ละประเทศ แตกต่างกันมาก

ในสหรัฐฯ บางรัฐสั่งให้ประชาชนกักตัว แต่ผลลัพธ์ก็แตกต่างกันออกไป บางที่ก็พยายามบังคับให้คนใส่หน้ากากอนามัย และก็มีการสั่งปิดโรงภาพยนตร์ โรงละคร และสถานที่บันเทิงต่าง ๆ ทั่วประเทศ

นครนิวยอร์กเตรียมตัวได้ดีกว่าใครเพื่อน เพราะว่ารณรงค์ต่อสู้กับวัณโรคมาเป็นเวลา 20 ปี ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำ

Getty Images

อย่างไรก็ดี หน่วยงานสาธารณสุขเมืองก็ถูกกดดันจากประชาชนให้อนุญาตให้กิจการต่าง ๆ เปิดต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงภาพยนตร์และสถานที่บันเทิงอื่น ๆ

เช่นเดียวกับทุกวันนี้ มองกันว่าอากาศบริสุทธิ์เป็นปัจจัยที่จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้

Getty Images
คนทำความสะอาดถนนในนครนิวยอร์กเมื่อเดือน ต.ค. ปี 1918 (รูปจาก PhotoQuest/Getty Images)

ที่เป็นไปไม่ได้เลยคือ การห้ามไม่ให้คนรวมตัวกันเป็นจำนวนมากในหลายรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ศาสนสถาน

Getty Images
โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองซานฟรานซิสโก
Getty Images
ศาลในเมืองซานฟรานซิสโกย้ายมาทำการกลางแจ้งแทนในปี 1918 (รูปจาก Hulton Archive/Getty Images)

เมื่อการระบาดใหญ่สิ้นสุดลง ยอดผู้เสียชีวิตในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 2.28 แสนราย และเชื่อกันว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดติดเชื้อ

การต่อสู้รับมือกับการระบาดใหญ่ยังดำเนินต่อไปหลังจากนั้นอีกสักพัก โดยประชากรก็เริ่มตระหนักมากขึ้นว่าโรคระบาดนี้ร้ายแรงแค่ไหน

Getty Images
ชายคนหนึ่งสเปรย์ฆ่าเชื้อโรครถเมล์ในกรุงลอนดอนเมื่อเดือน มี.ค. ปี 1920 (รูปโดย : H. F. Davis/Topical Press Agency/Hulton Archive/Getty Images)

ภาพทุกภาพมีลิขสิทธิ์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง