รีเซต

สถานการณ์น้ำ 5 ก.ย. 69 ฝนสูงสุด กทม. 161 มม. อ่างน้ำรวม 67%

สถานการณ์น้ำ 5 ก.ย. 69 ฝนสูงสุด กทม. 161 มม. อ่างน้ำรวม 67%
TNN ช่อง16
5 กันยายน 2569 ( 19:19 )

เปิดตัวเลขสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ วันที่ 5 กันยายน 2569

สถานการณ์น้ำของประเทศไทย ณ วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. ต้องติดตามทั้งปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และความเสี่ยงน้ำหลากในช่วงต้นเดือนกันยายน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศให้เฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 4-8 กันยายน 2569

ข้อมูลฝนสูงสุดรายภาคพบว่า กรุงเทพมหานครมีปริมาณฝนสูงสุด 161 มิลลิเมตร มากที่สุดในข้อมูลรายภาคครั้งนี้ ตามด้วยเชียงราย 128 มิลลิเมตร กาญจนบุรี 87 มิลลิเมตร ตราด 86 มิลลิเมตร อุบลราชธานี 62 มิลลิเมตร และพังงา 46 มิลลิเมตร

ฝนสูงสุดรายภาค

ภูมิภาค จังหวัด/พื้นที่ ฝนสูงสุด

  • ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร 161 มม.
  • ภาคเหนือ เชียงราย 128 มม.
  • ภาคตะวันตก กาญจนบุรี 87 มม.
  • ภาคตะวันออก ตราด 86 มม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลราชธานี 62 มม.
  • ภาคใต้ พังงา 46 มม.

สำหรับวันที่ 5 กันยายน ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ช่วง 6-7 กันยายน 2569 คาดว่าประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังเป็นจุดที่ต้องติดตามใกล้ชิด

อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำ 54,380 ล้าน ลบ.ม.

ด้านปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ภาพรวมมีน้ำรวม 54,380 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 67% ของความจุเก็บกัก ในจำนวนนี้เป็นน้ำใช้การได้ 30,259 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 53%

เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำมากที่สุด 23,432 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 83% รองลงมาคือภาคเหนือ 17,364 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 63% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 6,214 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 51%

ภาคใต้มีน้ำ 4,926 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 64% ภาคตะวันออก 1,632 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 52% และภาคกลางมีน้ำ 812 ล้านลูกบาศก์เมตร

หมายเหตุ: ข้อมูลต้นฉบับระบุสัดส่วนของภาคกลางไว้ที่ 434% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ควรตรวจสอบกับข้อมูลต้นทางอีกครั้งก่อนเผยแพร่ จึงไม่นำตัวเลขเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวมาใช้สรุปเชิงเปรียบเทียบ

3 เขื่อนหลัก EEC มีน้ำรวม 353 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC สถานการณ์น้ำใน 3 อ่างเก็บน้ำหลัก มีปริมาณน้ำรวมตามข้อมูล 353 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำบางพระ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 51% อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 83 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 51% และอ่างเก็บน้ำประแสร์ 210 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 71%

ในจำนวนนี้ อ่างเก็บน้ำประแสร์มีทั้งปริมาณน้ำและสัดส่วนความจุสูงที่สุดใน 3 อ่างหลัก ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับติดตามน้ำต้นทุนของพื้นที่ภาคตะวันออกและ EEC

ไทม์ไลน์ 4-8 ก.ย. เฝ้าระวังน้ำหลาก 24 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติประกาศเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมขังในช่วง 4-8 กันยายน 2569 หลังประเมินว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้น รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

พื้นที่เฝ้าระวังครอบคลุม 24 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด

สทนช. ขอให้ติดตามพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีน้ำท่วมขังเป็นประจำ รวมถึงพื้นที่เสี่ยง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จากฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณฝนสะสม พร้อมติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่องในช่วงที่มีความเสี่ยง

ตัวเลขสำคัญสถานการณ์น้ำ 5 ก.ย. 69

161 มม.  ฝนสูงสุด กรุงเทพมหานคร

54,380 ล้าน ลบ.ม.  น้ำรวมในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

67%  สัดส่วนน้ำรวมเทียบความจุเก็บกัก

30,259 ล้าน ลบ.ม.  ปริมาณน้ำใช้การ

53%  สัดส่วนน้ำใช้การ

83%  ปริมาณน้ำในอ่างภาคตะวันตก สูงสุดเมื่อเทียบรายภาคตามข้อมูล

353 ล้าน ลบ.ม.  น้ำรวมใน 3 อ่างหลัก EEC

24 จังหวัด  พื้นที่ที่ สทนช. ให้เฝ้าระวัง

4-8 ก.ย. 2569  ช่วงเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมขัง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง